โค้งสุดท้ายของการหาเสียงในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ผลโพล หรือผลสำรวจความคิดเห็นของสถาบันต่างๆ เกี่ยวกับสนามเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. 69 ต่างทยอยเปิดเผยผลออกมา

ยกตัวอย่างเช่น  “นิด้าโพล” ของ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “โค้งสอง สนามเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. 69” ระบุ จากการสำรวจเมื่อถามถึงแนวโน้มของคน กทม.ในการเลือกผู้ว่าฯ กทม. พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 72.35 ระบุว่าเป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (อิสระ)  อันดับ 2 ร้อยละ 9.60 ระบุว่าเป็น นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข (อิสระ) อันดับ 3 ร้อยละ 8.80 ระบุว่าเป็น นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (พรรคประชาชน) อันดับ 4 ร้อยละ 3.10 ระบุว่าเป็น นายอนุชา บูรพชัยศรี (พรรคประชาธิปัตย์) อันดับ 5 ร้อยละ 2.70 ระบุว่า ยังไม่แน่ใจ อันดับ 6 ร้อยละ 1.35 ระบุว่าเป็น หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี (อิสระ) และร้อยละ 2.10 ระบุอื่น ๆ

ซึ่งหากดูจากเปอร์เซ็นต์คะแนนในผลโพลที่เกิดขึ้นจะพบว่า นางมัลลิกา มีคะแนนเพิ่มขึ้นจากเดิมและแซงขึ้นมาเป็นอันดับ 2 แทนผู้สมัครจากพรรคประชาชน ปรากฏการณ์นี้มาจากสาเหตุใด “ทีมข่าวชุมชนเมือง เดลินิวส์” ได้พูดคุยกับ รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล ผอ.สถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย วิเคราะห์ถึงผลโพลดังกล่าวว่าเกิดจากสาเหตุใด ทั้งที่ฐานเสียงผู้ที่ชื่นชอบของพรรคประชาชนในกรุงเทพฯ มีจำนวนมาก รวมถึงแนวโน้มว่าในช่วงสุดท้ายจะสามารถพลิกคะแนนมาชนะได้หรือไม่

รศ.ดร.ธนพร กล่าวว่า เนื่องด้วย ดร.มัลลิกา และ อาจารย์ชัชชาติ สองคนนี้มีฐานเสียงไม่เอาพรรคประชาชนเหมือนกัน เพราะเป็นฐานอนุรักษนิยม แต่ฐานเสียงของอาจารย์ชัชชาติ จะเป็นกลุ่มอนุรักษนิยมที่กลางและยังไม่เข้มข้นมาก ส่วน ฐานเสียงของ ดร.มัลลิกา นั้นจะเป็นอนุรักษนิยมแบบเข้มข้น เกลียดส้มเป็นชีวิตจิตใจก็จะมาเชียร์ อีกทั้งกลุ่มอนุรักษนิยมแบบเข้มๆ นี้ก็ไม่เลือกอาจารย์ชัชชาติเช่นเดียวกัน  เพราะฉะนั้นปรากฏการณ์ที่ ดร.มัลลิกา มาก็ไม่แปลกใจอะไร

ส่วนอีกหนึ่งปัจจัยต้องยอมรับว่า ลีลาการหาเสียงของ นายชัยวัฒน์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ตัวแทนของพรรคประชาชน ก็อาจจะยังไม่ถึงลูกถึงคนเท่าที่ชาวบ้านเห็น ตนเชื่อว่า นายชัยวัฒน์ มีความตั้งใจ และต้องยอมรับว่า กระแสข่าวที่ออกมาว่าไม่ใช่ตัวเลือกแรกๆ ของพรรค หรือเป็นตัวเลือกลำดับสุดท้ายไม่รู้จะเลือกใครก็เลยเลือกนายชัยวัฒน์มาลงสมัคร ซึ่งไม่ได้แสดงให้เห็นว่า นายชัยวัฒน์คือตัวจริง อาจจะเป็นตัวสำรองเพราะฉะนั้นความเชื่อมั่นของแฟนคลับก็จะลดลง

ส่วนกรณีที่มีกระแสในโลกออนไลน์เรื่องของการเลือกผู้ว่าฯ กทม. ที่ไม่ใช่พรรคส้ม แต่ให้เลือก สก.เป็นพรรคส้มทั้ง 50 เขตนั้นส่งผลต่อคะแนนเสียงอย่างไร  รศ.ดร.ธนพร กล่าวว่า ในเมื่อตอนเริ่มต้นไม่คิดว่าจะชนะการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ความมุ่งมั่นทุ่มเทในการหาเสียงก็จะลดลง และยิ่งมีข่าวออกมาว่า นายชัยวัฒน์ ไม่ใช่ตัวเลือกแรก แล้วพรรคก็ไม่ได้ออกมาทำความกระจ่างในเรื่องนี้ สังคม คน กทม. จึงอาจจะยังไม่สามารถให้ความเชื่อมั่นกับตัวผู้ว่าฯ กทม.ต่อพรรคได้

“ตนอยากจะเสนอแนะให้พรรคประชาชน ควรจะไปสื่อสารทางการเมืองให้ชัดเจน ว่าพรรคเอาจริงในตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.นี้ ไม่ว่าพรรคจะคิดอย่างไรแต่ถ้าจะลงสนามในฐานะเป็นผู้ว่าฯ กทม.  พรรคก็ต้องจริงจังในการสื่อสารตรงนี้  ทั้งนี้ในส่วนของอาจารย์ชัชชาติ ก็ยังมีความสงสัยในเรื่องของระบอบอากง เรื่องความไม่โปร่งใสในการแต่งตั้งโยกย้าย หรือโครงการประมูลต่างๆ ที่ประชาธิปัตย์ได้ออกมาพูดถึงว่ามีจัดงบประมาณต่ำกว่า 5 แสนกว่า 90% ซึ่งตรงนี้ตนมองว่าเป็นจุดอ่อนอีกอย่างหนึ่งของอาจารย์ชัชชาติ แต่ถ้าพรรคประชาชนไม่แน่วแน่ในเป้าหมาย ก็จะส่งผลให้ผู้ที่ชื่นชอบไม่มั่นใจ ดังนั้นตนไม่แปลกใจที่คะแนนโพลจะออกมาเป็นแบบนี้  ไม่เหมือนกับแฟนพันธุ์แท้ของ ดร.มัลลิกาที่มีจุดยืนที่แน่วแน่”

รศ.ดร.ธนพร ยังมีข้อเสนอแนะถึงผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ทั้ง ดร.มัลลิกา หรือ ดร.ชัยวัฒน์ ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงถึงโอกาสที่จะพลิกกลับมาเป็นผู้ชนะว่า ปัจจุบัน ดร.มัลลิกาก็หาเสียงตามสไตล์ของตัวเอง ส่วนผู้ที่ชื่นชอบก็มีอยู่แล้ว ดังนั้น ช่วงสัปดาห์สุดท้ายอะไรที่เป็นจุดแข็งของตัวเองก็ขุดมาขายให้หมด ในขณะเดียวกันของนายชัยวัฒน์ นั้น ถ้า สส.เต็มพื้นที่ของพรรคทั้ง 33 คน ยังไม่สามารถทำให้ตัวแทนพรรคเป็นคู่แข่งที่สูสีกับอาจารย์ชัชชาติได้ ตนคิดว่าเป็นสัญญาณที่ไม่ค่อยดีนักสำหรับพรรคประชาชน เพราะพื้นที่ กทม. พรรคยึดครองมา 2 การเลือกตั้งติดต่อกันตั้งแต่ปี 66 จนถึงการเลือกตั้ง 69 แต่คราวนี้ถ้าอยู่ดีๆ คะแนนตรงนี้หายไปแล้วก็ไปโผล่ที่อาจารย์ชัชชาติ แบบนี้ทางพรรคประชาชนก็ต้องพิจารณาแล้วว่าแนวทางการเมืองแบบเดิมมันตอบโจทย์หรือไม่ตอบโจทย์กับ FC ของพรรค

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จากผลโพลที่เกิดขึ้นพบว่า นายชัชชาติมีคะแนนนำหรือเรียกว่านอนมา แต่ปัจจุบันประชาชนหลายคนยังไม่รู้ว่าจะมีการเลือกตั้งวันที่เท่าไหร่ จากข้อมูลนี้จะส่งผลกับคะแนนของนายชัชชาติหรือไม่นั้น รศ.ดร.ธนพร ระบุว่า ถ้าเอาตามโพล การออกมาใช้สิทธิให้เยอะที่สุดเป็นเรื่องที่ดี เพราะอาจารย์ชัชชาติเองก็คงอยากจะคะแนนไม่ต่ำกว่าเดิม อย่างไรก็ตามคนที่เชียร์และไม่เชียร์อาจารย์ชัชชาติ ก็ต้องออกมาแสดงพลังเพราะถ้า FC ของอาจารย์ชัชชาติเห็นว่าโพลออกมาว่าคะแนนนอนมา เลยไม่ออกมาใช้สิทธิ อาจารย์ชัชชาติก็พังเหมือนกัน เพราะคะแนนโพลกับคะแนนจริงคนละเรื่อง ดังนั้น FC อาจารย์ชัชชาติก็อย่านอนหลับทับสิทธิ ขณะเดียวกัน FC ของผู้สมัครรายอื่นก็ต้องออกมาใช้สิทธิให้เยอะเพราะว่าโอกาสพลิกยังมี.