เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน กล่าวในที่ประชุม ครม.เงา เกี่ยวกับเรื่องการโยกย้ายข้าราชการในพื้นที่ภูเก็ต และการลงพื้นที่ของ รมว.มหาดไทย ว่า ปัญหาของจังหวัดภูเก็ต ไม่ใช่แค่การย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด, รองผู้ว่าฯ และย้ายผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 แต่ส่อถึงระบอบสีน้ำเงินที่พยายามหยั่งรากลึกในพื้นที่ ในภูเก็ตมีปัญหาของโครงสร้างผู้มีอิทธิพลที่หยั่งรากลึกลงในระบบในพื้นที่ ตนเองก็มีตำรวจที่เคารพโทรศัพท์มาเตือนว่า “ให้ระวังตัว” การที่นายกฯ และรมช.มหาดไทยอีก 2 คน การลงพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่มีการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาอะไรเลย  

“สิ่งที่พวกท่านต้องทำคือ ไปรวบรวมรายชื่อผู้มีอิทธิพล เรื่องของคดีความมีก่อนหน้านี้แล้ว แต่ทำไมถึงไม่เร่งรัดเรื่องการปราบปราม แต่กลับประวิงเวลาให้ผู้ประกอบการเหล่านั้นยังสามารถทำมาหากินได้ รัฐบาลต้องเน้นไปที่เรื่องการตรวจสอบโครงข่ายผู้มีอิทธิพล รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่เกี่ยวข้อง  

ตอนนี้ก็ยังมีการเก็บส่วยเหมือนเดิม ซึ่งช่วงสิ้นเดือนจะเป็นการจัดเก็บตามวงรอบ การโยกย้ายข้าราชการในจังหวัด เพื่อรักษาระบอบสีน้ำเงินเอาไว้ อย่างวันนี้ นายอำเภอที่เคยถูกสั่งย้ายแล้วเรื่องของส่วย วันนี้ก็ได้กลับไปดำรงตำแหน่งเดิมแล้ว 2 คน คือ อำเภอเมือง และอำเภอถลาง มีการทำข้อตกลงกันกับอธิบดีกรมการปกครอง หากท่านทำงานรับใช้ในเรื่องของระบอบ ก็จะส่งก่อนกำหนดวันที่ 24 มิ.ย.นี้ ซึ่งเรียกตัวเข้ามาสอบเพียงหนึ่งเดือน และถูกส่งตัวกลับก่อน 2 คน และอีกไม่นาน นายอำเภอเมือง ก็จะได้รักษาราชการปลัดจังหวัดภูเก็ต วันที่ 24 มิ.ย. ซึ่งอยากให้ทุกคนจับตาดูว่า วันนี้คำสั่งที่ย้ายเข้ามา ได้มีการสอบสวนเรื่องของการรับสินบน และแชตช่วยน้ำเงินด้วยหรือไม่

ช่วงเดือน ต.ค. รองผู้ว่าราชการจังหวัดที่โยกย้ายมาจากจังหวัดสมุทรสาคร ก็จะไปอยู่จังหวัดภูเก็ตเพียง 3 เดือน เพื่อรอขึ้นระดับ ซี 10 ซึ่งสอนให้เห็นแล้วว่า เป็นการจัดทัพวางรากฐาน เพื่อจะเอื้อให้กับระบอบต่อไป

น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า ตนได้รับหนังสือจากผู้ประกอบการภาคธุรกิจใน จ.ภูเก็ต รายละเอียดในหนังสือพูดชัดเจนว่าการย้ายข้าราชการใน จ.ภูเก็ต มันส่งผลในความเชื่อมั่นของนักลงทุนจนทำให้ไม่กล้าลงทุน เขาไม่รู้ว่า การที่ไปลงทุนที่ จ.ภูเก็ต ต้องเข้าหาใคร  

ได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าของหนังสือฉบับดังกล่าว เขาพูดแม้กระทั่งว่า การลงทุนใน จ.ภูเก็ต นอกจากเตรียมต้นทุนของธุรกิจแล้ว เขาต้องเตรียมต้นทุนของส่วย ซึ่งสิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การลงทุนอย่างตรงไปตรงมา ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ใน จ.ภูเก็ต วันนี้สิ่งที่นายกฯ กำลังทำ ผลกำไรคือ อำนาจทางการเมือง แต่สิ่งที่กระทบภาพใหญ่สำคัญคือเศรษฐกิจใน จ.ภูเก็ต เพราะเศรษฐกิจใน จ.ภูเก็ต เป็นเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย  

ย้อนกลับไป ประมาณ 2-3 เดือนที่ผ่านมา กับระบอบสีน้ำเงิน นายกรัฐมนตรีในฐานะ รมว.มหาดไทย ยังไม่ทำอะไรเลย เริ่มจากเรื่องของแชตหลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” ของอธิบดีกรมการปกครอง วันนี้ที่นายกฯ ขึงขังใหญ่โตบอกว่า ตั้งคณะกรรมการสอบสวน กมธ.พัฒนาการเมืองฯ เรียกถึง 2 ครั้งคำตอบคือเหมือนเดิมว่า ไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบใด ๆ  

ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ต้องยอมรับตามข้อเท็จจริงว่า รัฐบาลชุดนี้อาจจะมีประวัติ และเบื้องหลังที่อาจจะทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่น ตั้งแต่กรณีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการที่อาจจะมีส่วนพัวพันกับการเลือกตั้งและทำให้สังคมยังคงตั้งคำถามอยู่ ว่าตกลงแล้วมีการแทรกแซงการเลือกตั้งที่ทำให้ไม่โปร่งใสไม่เป็นธรรมไม่ยุติธรรมหรือไม่ ตนคิดว่าสิ่งที่สำคัญ นายกฯ ต้องออกมาให้ความชัดเจนว่าการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในครั้งนี้ ตกลงแล้วโยกย้ายด้วยความผิดอะไร ซึ่งถ้าไม่ออกมาพูดให้ชัด ๆ ผู้ประกอบการ และนักธุรกิจก็คงตั้งคำถามว่า ตกลงแล้วพยายามจะแฝงเครือข่ายลงไปจังหวัดภูเก็ตหรือไม่