นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ เอสเอ็มอี ดีแบงก์ เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยและข้อมูล ธพว.ร่วมกับ สำนักวิจัยเศรษฐกิจและประเมินผล บริษัท เอ็กเซลเลนท์ บิสเนส แมเนจเม้นท์ จำกัด ทำการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต่อเศรษฐกิจและธุรกิจ ในไตรมาสที่ 2 ปี ครอบคลุมทุกประเภทอุตสาหกรรมพบว่า ในไตรมาส 2 ปี 69 ดัชนีความเชื่อมั่นรวมของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ระดับ 51.9 จากระดับ 50.2 ในไตรมาสแรก

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญ เศรษฐกิจไทยได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวช่วง ไฮซีซั่น ในเทศกาลสงกรานต์ ประกอบกับมาตรการของภาครัฐ ลดภาระค่าครองชีพ ผ่านโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ที่มีความชัดเจนว่าจะเริ่มในเดือนมิ.ย.69 อีกทั้งยังมีงานก่อสร้างหรือการลงทุนขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผลประกอบการดีขึ้นเล็กน้อย จำนวนคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น การปรับขึ้นราคาสินค้าและบริการได้บ้างบางส่วน ท่ามกลางความกังวลด้านต้นทุนที่ยังคงอยู่

นายพิชิตกล่าวว่า เมื่อจำแนกตามขนาดธุรกิจ พบว่า กลุ่มวิสาหกิจรายย่อย และกลุ่มวิสาหกิจขนาดย่อม มีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการปรับดีขึ้น จากไตรมาส 1 ปี 69 โดยปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 52.3 และ 51.8 ตามลำดับ เนื่องจากได้รับแรงสนับสนุนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐที่มุ่งเป้าไปที่ผู้ประกอบการรายเล็ก ขณะที่ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า หรือไตรมาส 3 ดัชนีความเชื่อมั่นปรับเพิ่มขึ้น อยู่ที่ 61.0 จากปัจจัยหนุนหลักด้านการบริโภคภายในประเทศที่ฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รองลงมา คือ การลงทุนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากงานก่อสร้างและโครงการการลงทุนของภาครัฐ ภาคเอกชน

สำหรับความต้องการกู้ยืมสินเชื่อของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ส่วนใหญ่ต้องการเป็นเงินทุนหมุนเวียนเสริมสภาพคล่องธุรกิจ ส่วนความต้องการกู้เพื่อลงทุน ไม่ปรากฏในไตรมาสนี้ สะท้อนว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ยังระมัดระวังการก่อหนี้ใหม่ เพื่อรอดูทิศทางเศรษฐกิจและสถานการณ์สงครามเป็นสำคัญ โดยจากแนวโน้มดังกล่าว ธนาคารได้จัดเตรียมสินเชื่อด้วยดอกเบี้ยต่ำเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท อีกทั้ง ปรับปรุง ระเบียบ คำสั่ง ที่เป็นอุปสรรค ควบคู่กับผ่อนปรน คุณสมบัติผู้กู้