เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. จากกรณีที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกมาเปิดเผยถึงโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้า โดยระบุว่ามีการนำค่าไฟฟ้าส่องสว่างสาธารณะ หรือไฟทางทั่วประเทศ มาคำนวณรวมอยู่ในบิลค่าไฟของประชาชน ในส่วนของ “ค่าความสูญเสียพลังงาน” ส่งผลให้ประชาชนต้องร่วมรับภาระค่าใช้จ่ายดังกล่าว

ล่าสุด นายประเสริฐ ประดิษฐ์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ออกมาแสดงความคิดเห็นในฐานะตัวแทนเสียงของประชาชน โดยระบุว่า การนำค่าไฟสาธารณะไปซ่อนอยู่ในส่วนของความสูญเสียที่ไม่ใช่เชิงเทคนิค ก่อนผลักกลับมาเป็นต้นทุนในค่าไฟฐาน ซึ่งรวมอยู่ในอัตราค่าไฟประมาณ 3.78 บาทต่อหน่วย จากค่าไฟเฉลี่ย 3.95 บาทต่อหน่วย ทำให้ประชาชนต้องร่วมรับภาระโดยไม่รู้ตัวประมาณ 10 สตางค์ต่อหน่วย ถือเป็นแนวทางที่ไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรมต่อผู้ใช้ไฟฟ้า

นายประเสริฐ กล่าวว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ควรเสียสละผลกำไรบางส่วนเพื่อบรรเทาภาระของประชาชน เนื่องจากในแต่ละปีมีผลประกอบการที่มีกำไรจำนวนมาก ขณะที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผลิตกระแสไฟฟ้าตามกฎหมาย ก่อนส่งต่อให้ กฟภ. นำไปจำหน่ายแก่ประชาชนในราคาที่เหมาะสม

“ไฟทางที่ให้แสงสว่างตามถนน ตรอก ซอย หมู่บ้าน ชุมชน และในเขตเมือง เป็นสาธารณูปโภคเพื่อประโยชน์ส่วนรวม รัฐบาลและการไฟฟ้าฯ ควรร่วมกันหาแนวทางรับผิดชอบ ไม่ใช่ผลักภาระมาให้ประชาชนเป็นผู้จ่าย เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องและขาดความเป็นธรรม” นายประเสริฐ กล่าว

ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังระบุด้วยว่า แม้เมื่อนำมาเฉลี่ยแล้วอาจเป็นเงินจำนวนไม่มากในมุมของหน่วยงาน แต่สำหรับประชาชนที่กำลังเผชิญภาวะค่าครองชีพสูงและค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การต้องรับภาระค่าไฟสาธารณะเพิ่มเติมอีก ถือเป็นภาระที่เกินความจำเป็น

ทั้งนี้ นายประเสริฐ เรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพื่อรับผิดชอบค่าไฟฟ้าส่องสว่างสาธารณะโดยตรง พร้อมเร่งทบทวนแนวทางการคิดต้นทุนดังกล่าว เพื่อไม่ให้มีการผลักภาระค่าใช้จ่ายสาธารณะมารวมไว้ในบิลค่าไฟของประชาชนอีกต่อไป.