เมื่อวันที่ 24 ก.ค. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. นำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. ร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิกันจอมพลัง บุกช่วยเหลือเด็กชายวัย 7 ขวบ พร้อมจับกุมตัวผู้ต้องหาชาย-หญิงรวม 6 ราย พร้อมของกลาง ยาบ้า 309 เม็ด, ไอซ์ 252 กรัม, เคตามีน 32 กรัม, หัวบุหรี่ไฟฟ้า 107 อัน, พอตกัญชา 5 อัน และอุปกรณ์การเสพ โดยจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 26 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากแหล่งข่าวแจ้งว่า มีหญิงวัยกลางคนผู้เป็นทั้งเอเย่นต์และติดยาเสพติด นั่งเสพยาพ่นควันอัดเข้าใส่ใบหน้าของลูกวัยเพียง 7 ขวบ โชว์ลูกค้าที่มาเสพยาเสพติดเกือบทุกคน แต่เด็กน้อยยังคงนั่งยิ้มพับเศษกระดาษฟอยล์เล่นอยู่ข้างกายแม่ กระทั่งพบภาพผู้ติดยารายหนึ่งที่กำลังมาขอซื้อยานรก เอ่ยปากเตือนขอร้องให้หยุดทำลายเด็ก แต่กลับถูกแม่ใจยักษ์ ต่อว่าหยาบคาย จึงแอบถ่ายภาพเก็บไว้ ส่งต่อให้กับมูลนิธิกันจอมพลัง เพื่อเข้าช่วยเหลือ
จากการตรวจสอบพบว่าภายในห้องดังกล่าว มีชายหัวโจกซึ่งมีพฤติกรรมโชว์ควงอาวุธปืนพร้อมพวกมั่วสุม จึงได้ประสานงานผ่านเบาะแสถึง พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช รอง ผบช.น. ลงพื้นสืบสวนในทันที เพื่อช่วยเหลือเด็กน้อยออกจากขุมนรกให้เร็วที่สุด

จากการสืบสวนพบว่า คาเฟ่อัพยานรกแห่งนี้เป็นบ้านแถว 2 ชั้น ตั้งอยู่ภายในซอยประชาชื่น สภาพด้านล่างอำพรางเป็นร้านสะดวกซื้อ ส่วนทางขึ้นถูกต่อเติมเป็นบันไดเหล็กข้างตัวอาคาร มีการล็อกกุญแจไว้อย่างแน่นหนา ซ้ำยังมีการติดกล้องวงจรปิด 5 ตัวรอบทิศเพื่อสอดส่องรับมือกับเจ้าหน้าที่ อยู่ซอยคับแคบยากต่อการสืบสวน นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่ามีชาย 1 ราย มีประวัติการครอบครองอาวุธปืน และพบว่าบ้านหลังนี้จะมีกลุ่มผู้ติดยาเสพติดขับรถเข้ามาซื้อยาเสพติดแบบไม่ขาดสาย
กระทั่งเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. ได้ยื่นหลักฐานต่อศาลอาญาและได้รับการอนุมัติให้ออกหมายค้นและเข้าช่วยเหลือเด็กชายวัย 7 ขวบ และนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย พร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.เตาปูน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนเด็กชายวัย 7 ขวบ พบอยู่ในสภาพอ่อนเพลีย โดยเจ้าหน้าที่ พม. ร่วมกับ มูลนิธิกันจอมพลัง ได้นำตัวส่ง พม. ดำเนินการต่อไป

สอบสวน น.ส.เอ (นามสมมุติ) มารดาของเด็กชาย 7 ขวบ ให้การว่า “ปกติตนจะพักอาศัยอยู่ที่บางซ่อน แต่ในวันนี้ระหว่างทางไปส่งลูกชายเข้าเรียนได้แวะเข้ามาหาเพื่อน เพื่อจะซื้อยาบ้ากับยาไอซ์เอาไปเสพเอง แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวในที่สุด โดยรับว่าซื้อแบบนี้ประมาณสัปดาห์ละครั้ง และพาลูกมาด้วยตลอดเพราะเป็นทางผ่านไปโรงเรียนลูก”
เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองฯ, ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยฯ, ความผิดบุหรี่ไฟฟ้าฯ และเสพยาเสพติด ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น./รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ฝากเตือนภัยสังคมเรื่องยาเสพติดทำลายชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงคนรอบข้าง บ้านที่ควรสงบสุขและอบอุ่นกลับกลายเป็นขุมนรกของเด็กน้อย จึงขอเตือนภัยให้ประชาชนห่างไกลยาเสพติด และหากท่านใดพบเห็นหรือสงสัยว่ามีสถานที่มั่วสุมยาเสพติด สามารถแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ากวาดล้างได้ทันที.



