สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ว่า บายานีมา กล่าวในการแถลงข่าวของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ก่อนการประชุมระดับสูงเกี่ยวกับเอชไอวีและโรคเอดส์ ว่าการตัดความช่วยเหลือระดับโลกในวงกว้าง เสี่ยงต่อการย้อนกลับความก้าวหน้าหลายสิบปี ในการต่อสู้กับโรคนี้

อนึ่ง กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุในแถลงการณ์ทางอีเมลว่า สหรัฐตัดสินใจที่จะเริ่มทยอยถอนงบประมาณจากแผนการฉุกเฉินของประธานาธิบดีเพื่อบรรเทาปัญหาเอดส์ในแอฟริกาใต้ หลังจากแอฟริกาใต้ล้มเหลวในการแสดงความก้าวหน้าที่เห็นได้ชัด ตามคำขอเชิงนโยบายของรัฐบาลวอชิงตัน

“แผนการฉุกเฉินของประธานาธิบดีเพื่อบรรเทาปัญหาเอดส์ ไม่เคยถูกออกแบบมาเพื่อเป็นโครงการถาวร อีกทั้งแอฟริกาใต้เป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลาง และมีความสามารถมากพอที่จะสนับสนุนโครงการสาธารณสุขของตนเองได้” แถลงการณ์ระบุเสริม

อย่างไรก็ตาม บายานีมาแสดงความเสียใจกับการตัดสินใจของสหรัฐ พร้อมกับเสริมว่า การตัดเงินสนับสนุนเทียบเท่ากับการถอนความช่วยเหลือสำหรับกลุ่มคนที่เปราะบางที่สุด และเธอขอให้รัฐบาลวอชิงตันพิจารณาจุดยืนของพวกเขาใหม่

ทั้งนี้ แอฟริกาใต้ไม่ได้พึ่งพาเงินทุนจากสหรัฐ สำหรับยาป้องกันการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี แต่ก่อนหน้านี้ แผนการฉุกเฉินของประธานาธิบดีเพื่อบรรเทาปัญหาเอดส์ เคยมอบเงินสนับสนุนให้กับแอฟริกาใต้มากกว่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 13,267 ล้านบาท) และจ่ายเงินเดือนให้กับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประมาณ 15,000 คน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS