นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า จากกรณีที่ปรากฏข่าวเกี่ยวกับแพลตฟอร์มสัญชาติจีนที่ให้บริการสั่งอาหารและบริการประเภทอื่นๆ เป็นภาษาจีนในไทย ได้แก่ Gokoo, Feixiang และ E-Gets นั้น ขณะนี้ กรมได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกของแพลตฟอร์มทั้ง 3 ราย เพื่อพิจารณาว่าการดำเนินธุรกิจเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่ โดย ข้อมูลเบื้องต้นพบว่า มีการจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบบริษัท โดยมี 2 รายที่มีผู้ถือหุ้นชาวไทยถือหุ้นเกินกึ่งหนึ่ง และอีก 1 ราย มีโครงสร้างการถือหุ้นที่มีต่างชาติถือหุ้นในสัดส่วนเกิน 50% โดยรายละเอียดของนิติบุคคลทั้ง 3 รายมีดังนี้
1) บริษัท โกคูออนไลน์ จำกัด (แอปพลิเคชัน 悟空外面 (wukong waimai) : Gokoo) จดทะเบียนนิติบุคคลวันที่ 21 ก.ย.63 ทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้นเป็นไทย 80% มีสถานะเป็นนิติบุคคลไทย 2.บริษัท เดอะ ฟลาย โฮลดิ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด (แอปพลิเคชัน 飞象 : feixiang) จดทะเบียนนิติบุคคลวันที่ 1 ก.ย. 64 ทุนจดทะเบียน 25 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้นเป็นคนไทย 51% มีสถานะเป็นนิติบุคคลไทย สำหรับนิติบุคคลทั้ง 2 รายข้างต้น พบผู้ถือหุ้นคนไทยมีความเชื่อมโยงกับนิติบุคคลอื่น โดยมีชื่อเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นอีก 4 บริษัท โดยเป็นการร่วมลงทุนกับคนต่างด้าว ส่วนรายที่ 3 บริษัท อี-เก็ตส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด (แอปพลิเคชัน E-Gets) จดทะเบียนนิติบุคคลวันที่ 3 ส.ค 66 ทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้นเป็นนิติบุคคลสัญชาติกัมพูชา 90% จึงมีสถานะเป็นนิติบุคคลต่างด้าว และได้รับบัตรส่งเสริมจากบีโอไอ ในธุรกิจบริการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อให้บริการดิจิทัล และได้รับหนังสือรับรองการประธุรกิจของคนต่างด้าวแล้ว”
ทั้งนี้ กรมฯ อยู่ระหว่างประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเงินลงทุน อำนาจการบริหารจัดการ การลงนามผูกพันบริษัท ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือนอมินีหรือไม่ โดยจะแบ่งการตรวจสอบเป็น 2 กลุ่มตามสถานะของนิติบุคคล คือ 1) นิติบุคคลไทย จะดำเนินการตรวจสอบว่ามีคนไทยให้ความร่วมมือกับชาวต่างชาติใช้ชื่อหรือถือหุ้นแทนเพื่อเป็นนอมินีเลี่ยงการขออนุญาตประกอบธุรกิจหรือไม่ หากมีการกระทำผิดจริงจะได้รับโทษทางกฎหมาย โทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 3 ปี โทษปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 10,000 ถึง 50,000 บาท และ 2) นิติบุคคลต่างชาติ จะตรวจสอบการขออนุญาตประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือไม่ หากฝ่าฝืนประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 10,000 ถึง 50,000 บาท”
“สำหรับแพลตฟอร์มที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบพบว่ามีลักษณะการให้บริการผ่านระบบดิจิทัลที่มุ่งตอบสนองกลุ่มลูกค้าชาวจีนในประเทศไทย ทั้งบริการสั่งอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค และบริการอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีการใช้ภาษาจีนเป็นหลัก รวมทั้งมีการเชื่อมโยงระบบการชำระเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หลายรูปแบบ ซึ่งกรมฯ จะติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันมิให้เกิดการดำเนินธุรกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย ระบบเศรษฐกิจของประเทศ”



