เมื่อเวลา 11.10 น. วันที่ 24 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกรณีการปรับเปลี่ยนมาตรฐานเหล็กในการสร้างอาคารสูงว่า ตนติดตามเรื่องนี้มาตลอดตั้งแต่เดือน ธ.ค. ปี 2567 จนกระทั่งเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 69 ที่ประชุมคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) มีมติปรับมาตรฐานเหล็กเส้น โดยไม่ให้มีการใช้เหล็ก IF หรือเหล็กข้ออ้อยในส่วนที่ใช้ทำเสาทำคานในโครงสร้างอาคารแล้ว ต้องขอบคุณสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรมที่ช่วยกันผลักดันเรื่องนี้ ตนพูดมาหลายครั้งแล้วว่าเจ็บแล้วจำคือคน กรณีตึก สตง. ถล่ม ตนเป็นหนึ่งในประธานการตรวจสอบเกี่ยวกับเหล็กเส้น ก็พบว่าเหล็กในตึก สตง. มีเหล็กประเภท IF ที่ต่ำกว่ามาตรฐานอยู่ในนั้น
“ปัญหาของเหล็ก IF คือมีการนำเศษเหล็กเลวใส่ลงไป ก็ได้เหล็กเส้นเลวออกมา เรื่องนี้กระทบกับธุรกิจหลายหมื่นล้านบาทใน 11 โรงเหล็กแบบ IF จากนี้ไปจะต้องมีการขอร้องสื่อมวลชนให้นำเสนอเรื่องเหล็ก IF ในอีกรูปแบบหนึ่ง ขอวิงวอนทุกคนให้ช่วยกัน เพราะเป็นเรื่องความปลอดภัยของประชาชน ไม่อยากให้การเมืองมาทำให้เรื่องนี้โจทย์เปลี่ยน เพราะหลังจากนี้อีก 30 วันที่จะมีการรับฟังความคิดเห็นภายหลัง กมอ. มีมติดังกล่าวออกมา หากโจทย์เปลี่ยนจะมีปัญหาอีก นำเหล็ก IF กลับมาทำเป็นโครงสร้างตึก ดังนั้น ผมขอออกมาให้กำลังใจ และส่งสัญญาณชัดๆ ว่างานนี้เกี่ยวพันกับหลายหมื่นล้านบาท คนที่ต้องเซ็นหนังสือต้องใจนิ่งๆ อย่าใจแกว่ง”
เมื่อถามว่า มติของ กมอ.นี้ สามารถเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า กมอ. มีมติร่างออกมาแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรับรองรายงานการประชุม และจะถูกนำส่งเป็นกฎข้อบังคับ ที่ต้องรับฟังความคิดเห็นอีก 30 วัน มันมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าพวกเราไม่ช่วยกัน เขาดิ้นแน่นอน เพราะวันนี้มันคือธุรกิจหลายหมื่นล้านบาทในธุรกิจเหล็ก IF ที่ประเทศจีนไม่เอาแล้ว แล้วมาอยู่ในไทย ถ้าสื่อมวลชนทุกคน ข้าราชการทุกคน ตระหนักรู้ในหน้าที่ตัวเอง ตนคิดว่าเราพาประเทศก้าวข้ามสิ่งที่ไม่มีมาตรฐานได้ ตนเคยบอกข้าราชการอุตสาหกรรม และผู้ใหญ่หลายคน ในช่วงปลายปี 67 ที่ทำงานตรวจสอบเหล็ก IF ตั้งแต่บริษัท ซิน เคอ หยวนฯ ถูกไฟไหม้ ว่าทำด้วยมืออย่าลบด้วยเท้า วันนี้ สมอ.รักษาเกียรติภูมิตัวเองในการกล้าออกกติกาเพื่อยกเลิกเหล็ก IF ไปทำโครงสร้างอาคาร
นายอรรถวิชช์ กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกันตนจะเดินหน้าตรวจสอบมาตรฐานเหล็กในตึก สตง.ถล่มต่อ เพราะข้อตรวจสอบของตนในช่วงที่ตนเป็นประธานที่ปรึกษาของ รมว.อุตสาหกรรม ช่วงปลายปี 67 พบว่าเหล็กที่ได้จากซากตึก สตง.มันไม่ได้มาตรฐาน แต่นายกฯ ในขณะนั้นตั้งคณะกรรมการสอบแล้วระบุว่า ความผิดพลาดไปอยู่ที่การออกแบบ ไม่เกี่ยวข้องกับเหล็กกับปูน ต้องถามว่า 4 สถาบันการศึกษาในขณะนั้นที่อยู่ในรายการการตรวจสอบ ไปตรวจสอบที่ไหนอย่างไร ดังนั้นกรณีมาตรฐานเหล็กตึก สตง. ต้องมีคำตอบ เพราะมันเงียบมานานแล้ว



