สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ว่า ความกังวลด้านความปลอดภัย และต้นทุนในการพัฒนาระบบขั้นสูง ชะลอความคืบหน้าของรถยนต์ไร้คนขับมาเป็นเวลานาน และเมื่อรถยนต์เหล่านี้เริ่มออกสู่ท้องถนนในเมืองต่าง ๆ มากขึ้น แนวทางการกำกับดูแลที่แตกต่างในแต่ละประเทศ ทำให้ผู้ผลิตเกรงว่ารถยนต์ที่พัฒนาขึ้นสำหรับตลาดหนึ่ง อาจถูกกีดกันไม่ให้เข้าสู่ตลาดอื่น ๆ

ด้วยเหตุนี้ การประชุม “ฟอรั่มโลกเพื่อการประสานกฎระเบียบยานยนต์” ที่ยูเอ็น ในเมืองเจนีวา จึงตัดสินใจที่จะนำกรอบการกำกับดูแลระดับโลก สำหรับยานพาหนะที่ติดตั้งระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ (เอดีเอส) มาใช้ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

“ภูมิทัศน์ด้านการกำกับดูแลระดับโลก มาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญแล้ว” คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจแห่งสหประชาชาติสำหรับยุโรป (ยูเอ็นอีซีอี) ซึ่งเป็นองค์กรหลักของฟอรั่มที่ประกอบด้วยประเทศสมาชิก 56 ประเทศในยุโรป อเมริกาเหนือ และเอเชีย ระบุ

กรอบการกำกับดูแลใหม่นี้ ซึ่งไม่ครอบคลุมถึงระบบช่วยเหลือการขับขี่ มีขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดกำลังร้อนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดสำหรับ “โรโบแท็กซี่” หรือรถยนต์ไร้คนขับที่ติดตั้งเซ็นเซอร์จำนวนมาก

ทั้งนี้ ยูเอ็นอีซีอีระบุว่า กฎระเบียบระดับโลกฉบับนี้ มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างรัฐบาล อุตสาหกรรม และสาธารณชน โดยรับรองว่าระบบอัตโนมัติทั้งหมดเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS