นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยเดือน พ.ค​.69 มีมูลค่า 34,333.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 10.6%  หรือคิดเป็นมูลค่า 1.09 ล้านล้านบาท ซึ่งชะลอตัวลงจากเดือนก่อนที่โต 23.1%  การนำเข้ามีมูลค่า 40,044 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 35.1% หรือคิดเป็น 1.29 ล้านล้านบาท ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้าเดือน พ.ค.69 มากถึง 5,711 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 1.98 แสนล้านบาท

ขณะที่ 5 เดือนแรก (ม.ค.-พ.ค.) ไทยมีการส่งออกรวม 162,085 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 17% หรือคิดเป็น 5.09 ล้านล้านบาท  การนำเข้ารวม 187,295 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 35.6% หรือคิดเป็น 5.97 ล้านล้านบาท ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 25,209 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็น 8.75 แสนล้านบาท

“ปัจจัยที่ทำให้การส่งออกโตยังคงเป็นความต้องการสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงและการลงทุนพื้นฐานด้านเอไอ และดาต้า เซ็นเตอร์ทั่วโลก รวมถึงปัจจัยเร่งจากการนำเข้าเพื่อลดความเสี่ยงจากความกังวลต่อการผลิตที่ตึงตัว และความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีของสหรัฐฯ โดยการส่งออกไปตลาดสำคัญส่วนใหญ่ขยายตัวได้ดี สอดคล้องกับดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตโลก ที่ชี้ว่าปริมาณผลผลิตขยายตัวสูงสุดเกือบ 5 ปี จากการเร่งสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้า  โดยตลาดสหรัฐฯโต 33.5% ญี่ปุ่น 11.7% สหภาพยุโรป 18.4% และอาเซียน 29.7% ขณะที่หดตัวในตลาดจีน 2.5% และกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม 16.1% “

อย่างไรก็ตาม มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 7.2% กลับมาหดตัวในรอบ 3 เดือน แยกเป็นสินค้าเกษตร หดตัว% 3.1 และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรหดตัว 13.2% โดยสินค้าที่หดตัว อาทิ ยางพารา ลดลง 5.3%  ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลี หดตัว 18.4% น้ำตาลทราย หดตัว 33.2% ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง หดตัว 26.2% ส่วนที่ขยายตัว ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น อาหารสัตว์เลี้ยง โกโก้  ด้านการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวดี 14.4% ต่อเนื่อง 26 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญ อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ขยายตัว 26.8%  เครื่องโทรศัพท์ และส่วนประกอบ ขยายตัว 129.9% อัญมณีและ เครื่องประดับ ขยายตัว 3.2% เม็ดพลาสติก ขยายตัว 17.4%  ทองแดงขยายตัว 53.1% 

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกทั้งปีคาดว่าจะโตที่ 8%  โดยมีการส่งออกเฉลี่ย 29,245 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  ซึ่งมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐฯ คาดว่าจะไม่รุนแรงไปกว่าที่ประเมินไว้ จึงเชื่อว่าผู้ส่งออกไทยสามารถปรับตัวรับมือได้ โดยตัวเลขการส่งออกทั้งปี 8% เกือบจะสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศ  โดยเป็นผลจากการการเติบโตของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะเอไอและประเมินว่าในกรณีที่ไม่มีสงครามเลย เป็นไปได้ที่การส่งออกของไทยจะอยู่ที่ 2 หลัก