เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้เชิญสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เข้าชี้แจงความคืบหน้าการจัดการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม โดยนายเสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ รายงานผลการประชุมว่า ตัวแทนสำนักงานประกันสังคม ได้รายงานผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งทั้งฝั่งนายจ้างและฝั่งลูกจ้างน้อยกว่าที่ควรจะเป็น โดยวันนี้ มีผู้ลงทะเบียนรวมกว่า 590,000 ราย แบ่งเป็นนายจ้าง 3,596 ราย  และผู้ประกันตน 589,000 ราย แม้จะขยายระยะเวลาลงทะเบียนถึงวันที่ 15 ก.ค. 2569 และเพิ่มหน่วยเลือกตั้ง 1 อำเภอ แต่ตัวเลขผู้ลงทะเบียนยังห่างไกลผู้อยู่ในระบบประกันสังคมกว่า 20 ล้านคน โดยสำนักงานใช้งบประมาณประชาสัมพันธ์ 30 ล้านบาท แต่ไลฟ์สด มีคนดู 9 คน จึงตั้งคำถามถึงการทำงานเชิงรุก ที่ประชุมได้เสนอให้ทํางานเชิงรุกในการเคาะประตูโรงงานทำการประชาสัมพันธ์กับนายจ้างให้มากขึ้น, ขอให้ทำหนังสือถึงสถานประกอบการให้รณรงค์การเลือกตั้ง 
 
ขณะเดียวกันทางคณะกรรมาธิการได้ชี้ให้เห็นถึงความยุ่งยากในการลงทะเบียนเลือกตั้งของฝั่งนายจ้างและผู้ประกอบการ SME ที่ต้องใช้เอกสารจดทะเบียนนิติบุคคล และเอกสารที่ซับซ้อน ทำให้ฝั่งนายจ้างไปลงทะเบียนเป็นผู้ประกันตนแทน และยังแสดงข้อกังวลถึงความโปร่งใสในเรื่องของการนับคะแนน ขอให้ใช้ระบบการนับคะแนนแบบเรียลไทม์ เปิดเผยชื่อผู้ร่วมลงคะแนน เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่เกิดขึ้นตามที่ผ่านมา
 
ด้าน น.ส.ธนพร วิจันทร์ สส.พรรคประชาชน กล่าวว่า จำนวนผู้ที่ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเป็นตัวเลขที่น่ากังวลมาก ถือว่าน้อยมาก ได้มีการตั้งข้อสังเกตไปยังสํานักงานประกันสังคม เช่นปี 2566 มีผู้ลงทะเบียน 9 แสนคน มาเลือกตั้งจริง 100,000 คน ซึ่งการเข้าคูหาเป็นสิ่งที่สำคัญ จึงอยากให้สำนักงานประกันสังคมปรับแผนสื่อสาร เพราะประชาสัมพันธ์มากกว่า 1 เดือนแล้ว มีผู้ลงทะเบียนแค่ 500,000 คน เหลือ 2 สัปดาห์ จะทำอย่างไรให้ผู้ประกันตนกว่า 10 ล้านลงทะเบียนเพิ่มขึ้น


 
ด้านนายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน กล่าวว่า จากจํานวนคนที่ลงทะเบียน ชี้ให้เห็นว่า สำนักงานประกันสังคมยังไม่มีประสิทธิภาพในการประชาสัมพันธ์ ทํางานยังไม่เป็นระบบ กมธ.ได้เสนอให้แก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมให้เร็วที่สุด ที่น่าตกใจคือสำนักงานไม่มีเป้าหมายการรณรงค์อย่างชัดเจนว่าต้องการให้มีผู้ลงทะเบียนเท่าไหร่ แค่ขอให้ไม่น้อยกว่าเดิม ถือว่าผิดปกติมาก พอไม่มีแผนก็ทำงานขอไปที ทางคณะกรรมาธิการต้องการเป้าหมายและแผนงานดำเนินการชัดเจนว่า ก่อนถึงวันที่ 15 ก.ค.นี้ ถ้าหากเป้าหมายยังไม่ถึงอย่างชัดเจน จะมีแผนทำอย่างไรบ้าง เช่น การขยายเวลาการลงทะเบียนเลือกตั้ง หรือ แผนการดูแลการเลือกตั้งประจำหน่วยอย่างเป็นระบบ
 
 
ตนยืนยันว่าทางสำนักงานประกันสังคมมีงบประมาณในการเลือกตั้ง 300 ล้านบาท แบ่งเป็นงบประมาณในการประชาสัมพันธ์ประมาณ 30 ล้านบาท แต่ตนตั้งคำถามว่าการใช้งบประมาณนั้นคุ้มค่ากับผลงานหรือไม่ โดยทางคณะกรรมาธิการได้สอบถามถึงการใช้งบประมาณประชาสัมพันธ์ พบว่ามีการทำออนไลน์หลายครั้ง  แต่เอ็นเกจเมนต์ไม่คุ้มค่า และเพิ่งจัดจ้างเอกชนในการทำประชาสัมพันธ์เลือกตั้งเพิ่งประกาศเมื่อวานนี้ (24 มิ.ย.) ถือว่าทำงานค่อนข้างไม่มีประสิทธิภาพ.