หลังจาก นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ระบุว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) อยู่ในสถานะผลิตไฟเองเพียง 29% แต่เป็นคนกลางรับซื้อไฟเอกชน 71% มาขายต่อ จนมีกำไรปีละนับหมื่นล้านบาท พร้อมเสนอแนวทางแก้ปัญหาไฟฟ้าสาธารณะ ว่า กฟผ. ควรลดราคาให้การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย เพื่อให้ต้นทุนค่าไฟของประชาชนลดลงด้วย และไม่ควรไปเก็บจาก กฟภ. กฟน. เพราะทั้งสองหน่วยงานต้องนำเงินไปขยายเสาไฟให้ประชาชนในพื้นที่ นั้น

​นายวฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ ในฐานะโฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงดังนี้

กฟผ. มีฐานะเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจดำเนินภารกิจตามนโยบายและการกำกับของหน่วยงานภาครัฐ กรณีในเรื่องโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้า มีการกำกับและจัดทำหลักเกณฑ์
การกำหนดอัตราค่าบริการไฟฟ้า โดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) รวมถึงราคาที่ กฟผ. รับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนด้วย โดย กฟผ. มิได้มุ่งแสวงหากำไรจากการดำเนินงาน แต่ให้มีรายได้เพียงพอต่อการลงทุนและดำเนินกิจการโดยไม่เป็นภาระต่อหนี้สาธารณะเท่านั้น นอกจากนี้ ในส่วนกำไรของ กฟผ. ได้รับการจัดสรรตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อนำไปใช้พัฒนาประเทศ โดยแบ่งเป็น

  1. นำส่งกระทรวงการคลังเป็นเงินรายได้แผ่นดิน กว่า 10 ปีที่ผ่านมา กฟผ. ติดอันดับเป็น 1 ใน 5 หน่วยงานที่นำส่งรายได้แผ่นดินมากที่สุด
  2. นำไปลงทุนในระบบไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและส่งไฟฟ้าของประเทศเสริมความมั่นคง
    ทางพลังงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาล

​กรณีมีกำไรส่วนเกินกว่าที่ประมาณการต้องส่งคืนรัฐ นอกจากนี้ กกพ. ยังมีมติให้นำเงินบริหารค่าไฟฟ้า (ค่า Ft) ที่รวบรวมได้จากการกำกับฐานะการเงิน และเงินส่งคืนจากการลงทุนที่ไม่เป็นไปตามแผน (Claw Back) จาก 3 การไฟฟ้ามาช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ทั้งนี้ปัจจุบัน กฟผ. ยังคงมี Ft ค้างรับ จำนวน 35,928 ล้านบาท ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 (ที่มา : เอกสารรับฟังความคิดเห็นเรื่อง ค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ สำหรับงวดเดือนพฤษภาคม–สิงหาคม 2569 ของ กกพ.)

​กฟผ. ขอยืนยันว่า ได้ดำเนินภารกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล โปร่งใส และตรวจสอบได้ตลอด 57 ปีที่ผ่านมา รวมถึงยึดถือประโยชน์ประเทศชาติเป็นสำคัญ ทั้งนี้ กฟผ. พร้อมสนับสนุนนโยบายด้านพลังงานของภาครัฐในฐานะผู้ดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศไทยให้มีเสถียรภาพอย่างยั่งยืน