เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 30 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติรับทราบผลสำรวจความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการของหน่วยงานของรัฐ ปี 2568 และข้อเสนอแนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการของหน่วยงานของรัฐ ตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ได้ดำเนินการสำรวจฯ ประชาชนผู้ใช้บริการจากหน่วยงานของรัฐทั่วประเทศผ่านช่องทางออนไลน์และการลงพื้นที่สำรวจ ณ จุดบริการของหน่วยงานของรัฐ จำนวน 11,251 ตัวอย่าง (จำนวนผู้ใช้บริการจากหน่วยงานของรัฐที่ตอบแบบสำรวจ) 

น.ส.พลอยทะเล กล่าวต่อว่า ผลสำรวจความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการของหน่วยงานของรัฐ ปี 2568 โดยประชาชนมีความพึงพอใจในภาพรวมเฉลี่ยร้อยละ 83.20 (เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีความพึงพอใจในภาพรวมเฉลี่ยร้อยละ 83.03) ซึ่งประชาชนมีความพึงพอใจสูงสุดด้านเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการ ร้อยละ 85.70 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าหน่วยงานมีการพัฒนาศักยภาพและจิตใจในการให้บริการที่ดีของเจ้าหน้าที่อย่างสม่ำเสมอ รองลงมา คือ ด้านขั้นตอนและระยะเวลา ร้อยละ 84.64 ด้านสถานที่ ร้อยละ 84.43 และด้านบริการผ่านช่องทางออนไลน์ร้อยละ 81.99 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ความพึงพอใจของประชาชนด้านบริการผ่านช่องทางออนไลน์ลดลงจากร้อยละ 84.31 ในปี 2567 เนื่องจากประชาชนมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของระบบออนไลน์ ทั้งนี้ งานบริการที่ประชาชนมีความพึงพอใจสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ การซื้อขายทรัพย์ทอดตลาด (กระทรวงยุติธรรม) การขอจัดตั้งโรงเรียนเอกชน (กระทรวงศึกษาธิการ) และงานทะเบียนธุรกิจ (กระทรวงพาณิชย์) ตามลำดับ

น.ส.พลอยทะเล กล่าวอีกว่า  ผลสำรวจความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการให้บริการของหน่วยงานของรัฐ โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 84.12 (เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีความเชื่อมั่นในภาพรวมเฉลี่ยร้อยละ 80.63 และเพิ่มขึ้นในทุกด้าน) ซึ่งประชาชนมีความเชื่อมั่นสูงสุดด้านการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ ร้อยละ 85.68 ด้านการให้บริการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ น่าเชื่อถือ ร้อยละ 85.39 ด้านการให้บริการอย่างเท่าเทียม ร้อยละ 84.94 ด้านการให้ความสำคัญต่อข้อคิดเห็นของประชาชนและนำมาพัฒนางานบริการ ร้อยละ 82.60 และด้านการเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในการออกแบบงานบริการหรือดำเนินการร่วมกับภาครัฐ ร้อยละ 82.02 ตามลำดับ

น.ส.พลอยทะเล กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ข้อเสนอแนะของประชาชนต่องานบริการของหน่วยงานของรัฐที่ต้องการให้มีการพัฒนาบริการให้ดีขึ้น 3 อันดับแรก คือ การให้บริการของสถานพยาบาล ร้อยละ 41.61 งานทะเบียนราษฎร ร้อยละ 16.78 และงานทะเบียนที่ดิน ร้อยละ 12.84 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานบริการที่ประชาชนใช้บริการ ณ จุดบริการ และมีจำนวนผู้ใช้บริการจำนวนมาก ส่งผลต่อการอำนวยความสะดวกด้านสถานที่ ความเพียงพอของเจ้าหน้าที่ และระยะเวลารอคอย ขณะที่ข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการของหน่วยงานของรัฐ  จากผลสำรวจความพึงพอใจของประชาชนในปี 2568 พบว่าความต้องการของประชาชน ต้องการให้ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของงานบริการออนไลน์ เช่น การรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล การพัฒนางานบริการออนไลน์แบบเบ็ดเสร็จครบวงจร เพื่อสร้างความมั่นใจและส่งเสริมให้ประชาชนใช้บริการออนไลน์มากขึ้น

น.ส.พลอยทะเล กล่าวต่อว่า รวมถึงเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบงานบริการหรือดำเนินการร่วมกับภาครัฐ  และการจัดทำระบบคิวและนัดหมายล่วงหน้าก่อนเข้ารับบริการ ณ หน่วยงาน และระบบแจ้งเตือนการนัด เพื่อสร้างความโปร่งใสของระบบคิว และลดระยะเวลารอคอยก่อนรับบริการ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของประชาชน นอกจากนี้ การสื่อสารข้อมูลงานบริการที่ชัดเจน หลากหลายช่องทางและสม่ำเสมอ เพื่อยกระดับความชัดเจนของข้อมูลงานบริการที่ประชาชนได้รับ และสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการให้บริการของหน่วยงานภาครัฐให้ดียิ่งขึ้นให้ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้ทรัพยากรภาครัฐ.