นายธนาวุฑ เอื้อละพันธ์ ผู้บริหารและกรรมการบริหาร บริษัทในเครือ แสงทอง-อัครากรุ๊ป จ ากัด เปิดเผยว่าปัจจุบันคนไทยให้ความส าคัญถึงการอ่านฉลากการนับแคล สร้างพฤติกรรมใหม่ให้คนไทยหันมาดู ฉลากอาหาร โดยเฉพาะปริมาณโปรตีน เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อสินค้า ทั้งในกลุ่มผู้รักสุขภาพ ควบคุม น ้าหนัก เพิ่มกล้ามเนื้อ หรือดูแลร่างกายในระยะยาว ตลอดจนกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ในปี 2567 มูลค่าตลาดโปรตีนทางเลือกจากนวัตกรรมอาหารใหม่อยู่ที่ 9,700 ล้าน บาท เติบโต 3.2% จากปีก่อนหน้า

“เราจะเห็นตลาดสินค้ากลุ่มโปรตีนในประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้บริโภคกลุ่มที่หัน มากินโปรตีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลุ่มแรกคือ Gen Y–Gen Z ผู้ออกก าลังกายและรักสุขภาพ ผู้บริโภคเน้นการ บริโภคโปรตีนทั้งในรูปแบบอาหารและอาหารเสริม ซึ่งจากปัญหาตกฉลากหรือการแจ้งปริมาณโปรตีนไม่ตรง ฉลากดังกล่าวท าให้ผู้บริโภคหันกลับมาเน้นโปรตีนธรรมชาติไข่และผลิตภัณฑ์พร้อมทานจากไข่ ด้วยความรู้สึก ปลอดภัย ได้โปรตีนแท้ๆ ตรวจสอบย้อนกลับได้ ขณะเดียวกันเทรนด์การดูแลรูปร่าง การสร้างกล้ามเนื้อส าหรับ ผู้ออกก าลังกายและ กลุ่มผู้สูงอายุ เมืองไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มตัว ท าให้ตลาดโปรตีนเติบโตอย่าง ชัดเจน เพราะเริ่มตระหนักเรื่องมวลกล้ามที่ต้องการเพื่อสร้างพลังงาน ยังมีกลุ่มคนท างานที่อยู่อาศัยในเขต เมืองมีวิถีชีวิตเร่งรีบ ท าให้ต้องมองหาอาหารที่ซื้อง่ายกินสะดวกแต่ได้คุณค่า ท าให้ผู้บริโภคกลุ่มนี้กลายเป็นอีก เซกเมนต์ที่มีศักยภาพสูงของตลาดโปรตีนด้วยผู้บริโภคอยากได้โปรตีนคุณภาพ”

ผู้บริหารของอัครากรุ๊ป กล่าวเสริมว่า ตอนนี้เกิดกระแสความกังวลของผู้บริโภคต่อสินค้าโปรตีนสูงบาง ประเภทที่เน้นสื่อสารทางการตลาด แต่ปริมาณโปรตีนจริงไม่สูงอย่างที่เข้าใจท าให้ผู้บริโภคกลับมาเน้น ‘โปรตีน คุณภาพ’ หรือแบรนด์โปรตีนที่มีคุณภาพ โปร่งใส และมีคุณค่าทางโภชนาการแท้จริงมากขึ้นหนึ่งในจุดแข็ง ส าคัญของ ‘อัครา’ คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์จาก ‘ไข่’ และผลิตภัณฑ์จากไข่ที่ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบ

แหล่งที่มาของโปรตีนได้อย่างชัดเจน รวมถึงตอบโจทย์ในคุณประโยชน์เฉพาะทางอย่าง Omega 3 และVitamin E หรือออร์แกนิก แตกต่างจากการแข่งขันในตลาดที่มักเน้นเพียงตัวเลขกรัมโปรตีน

‘อัครากรุ๊ป’ ท าธุรกิจอาหารสัตว์ ฟาร์มและผลิตไข่ไก่ จากที่สร้างมานานกว่า 30 ปี นอกจากสินค้าไข่ไก่ ไข่สุขภาพไก่อารมณ์ดี ไข่สไตล์ญี่ปุ่น ไข่เหลวพาสเจอไรซ์ ไปจนถึงกลุ่มอาหารพร้อมทานอย่าง เต้าหู้ไข่มีส่วน ของผักบรอกเคอรี แคร์รอต พร้อมทั้ง ไข่ตุ๋น ไข่ต้ม ไข่เหลว เบอร์เกอร์ ส าหรับความต้องการของกลุ่มออกก าลัง กายเน้นสุขภาพ ซึ่งส่วนมากเป็นคนท างานที่เร่งรีบและต้องการความสะดวก อีกทั้งกลุ่มผู้สูงอายุ สอดคล้องกับ อัตราการเติบโตของกลุ่มสินค้าไข่ของบริษัทที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา มียอดขายกลุ่มรวมประมาณ 3,000 ล้านบาท จุดที่น่าสนใจคือ สินค้ากลุ่ม Ready to Eat และ Ready to Cook นั้นเติบโตถึง 29% แบ่งเป็น กลุ่มไข่เหลว โตขึ้น 72%, กลุ่มเต้าหู้ไข่ โตขึ้น 29% และ กลุ่มไข่ต้ม-กลุ่มไข่ตุ๋น โตขึ้น 19%

“ด้วยในสภาวะปัจจุบันที่ทุกคนเร่งรีบจึงมองหาโปรตีนที่สะดวก คุณภาพที่ได้มาตรฐานปลอดภัย ที่ ส าคัญเชื่อถือได้ ซึ่ง อัครา กรุ๊ป ให้ความส าคัญกับเรื่องดังกล่าว ควบคุมตั้งแต่ต้นน ้าถึงปลายน ้า บริษัทผ่าน กระบวนการควบคุมคุณภาพ และได้รับมาตรฐาน GMP / HACCP รวมถึงมาตรฐานจากกรมปศุสัตว์ เน้น โปรตีนคุณภาพสูงจากแหล่งธรรมชาติ และสามารถรับประทานได้ในชีวิตประจ าวัน แบรนด์เราต้องการไปกับ lifestyle ของผู้บริโภค ด้วยคอนเซปต์ Everyday with Akara ที่เป็นส่วนหนึ่งของทุกมื้ออาหารของผู้บริโภคไทย” นายธนาวุฑ กล่าวทิ้งท้าย

หรือข้อมูลเพิ่มเติม https://www.tiktok.com/@akara.brand

สั่งทางออนไลน์ : https://linktr.ee/akarawheretobuy

(Tops Online, Lotus’s Shop Online และ Gourmet Market Thailand)

#akara #ใส่ใจ #อัคราเติมคุณค่าในทุกช่วงเวลาของคุณ
#akaragroup #ส่งต่อคุณค่าจากความใส่ใจทุกขั้นตอน #ส่งต่อคุณค่าจากคุณภาพที่ครบครัน