เมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) พร้อมด้วย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล และ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงว่า วิปฝ่ายค้านมีมติเป็นเอกภาพ ไม่เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ในวาระแรก ด้านพรรคประชาชนประกาศจุดยืนชัดเจน ลงมติ “ไม่เห็นชอบ” พร้อมเดินหน้าตรวจสอบชั้นกรรมาธิการ ชี้งบประมาณปีนี้มีแผลเรื้อรังทางการคลัง แต่รัฐบาลกลับแก้ปัญหาด้วยการหั่นงบประมาณแบบปูพรมทุกกระทรวง กระทบสวัสดิการประชาชนและงบพัฒนาประเทศอย่างรุนแรง

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า แม้รัฐบาลจะยอมรับว่าปัญหาวิกฤติคลังเป็นเรื่องจริง แต่ดุลพินิจในการจัดสรรงบประมาณกลับมีปัญหาอย่างมาก พบว่างบสวัสดิการที่จำเป็นต่อประชาชนหลายตัวถูกตัดลด รวมถึงงบด้านวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ซึ่งเป็นกองทุน ถูกหั่นลงถึง 30% ขณะที่งบจัดซื้อครุภัณฑ์ คอมพิวเตอร์ และโครงการด้าน AI กลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าสังเกต

“งบต่างๆ เพิ่มขึ้นแต่ไม่เพียงพอต่อการจ่ายงบสวัสดิการแห่งรัฐ แม่ว่างบจังหวัดและกลุ่มจังหวัดถูกปรับลดลงถึง 22,000 ล้านบาท โดยอ้างเรื่องการกระจายอำนาจ แต่งบที่ส่งตรงถึงท้องถิ่นจริง ๆ กลับเพิ่มขึ้นเพียง 7,000 ล้านบาท นอกจากนี้งบสวัสดิการเด็กแรกเกิดยังถูกตัดลดลง 500 ล้านบาท ซึ่งทั้ง 3 วันนี้ เรายังไม่ได้รับคำตอบว่า ทำไมรัฐบาลถึงจัดงบแบบนี้ รัฐบาลไม่ได้ถูกจัดลำดับความสำคัญเรื่องใดก่อนเรื่องใดหลัง เรื่องสำคัญๆ กลับไม่ได้งบประมาณเพิ่มขึ้น กลับถูกปรับลดลง ถือว่าเป็นข้อผิดพลาดอย่างรุนแรง จึงไม่เป็นชอบต่อร่างประมาณงบปี 70 ได้ นี่คือมติของพรรคประชาชน” นางสาวศิริกัญญา ระบุ

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า หลังจากนี้ต้องเป็นหน้าที่ของกรรมาธิการฯ ที่จะต้องไปตรวจสอบ สอบถามยังการทำหน้าที่ของรัฐมนตรีหลายกระทรวง ทำไมถึงปรับลด หรือเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่งบประมาณเพิ่มขึ้นกว่า 3,000 ล้านบาท และมีโครงการระบบคลาวด์สูงถึง 5,000 ล้านบาท แต่รัฐมนตรีกลับไม่ลุกขึ้นชี้แจงความคุ้มค่าต่อสภาอย่างตรงไปตรงมา จนทำให้เกิดข้อกังขาว่ารัฐมนตรีเจ้ากระทรวงอาจไม่ได้เป็นคนจัดทำงบประมาณเอง ซึ่งหลังจากนี้ในชั้นกรรมาธิการ ฝ่ายค้านจะเดินหน้ารีดไขมัน เพื่อดึงงบประมาณกลับมาจัดสรรให้กับโครงการสวัสดิการที่จำเป็นต่อประชาชน

น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ กล่าวถึงภาพรวมการประชุมที่มีการประท้วงจากฝั่งรัฐบาลอย่างดุเดือดว่า การพิจารณางบประมาณครั้งนี้ถือเป็นการประชุมที่มีการประท้วงมากที่สุดครั้งหนึ่ง แต่ประชาชนทางบ้านดูออกว่าเป็นการประท้วงเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นสำคัญ ไม่ใช่เพราะผู้อภิปรายนอกเรื่อง ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวทำให้ผู้ประท้วงกลายเป็นตัวตลกในสายตาประชาชน เพียงเพื่อต้องการเช็กชื่อและทำหน้าที่ขัดขวางการตรวจสอบเท่านั้น