นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ที่ประชุม คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  (บอร์ดส่งเสริมดิจิทัล) ได้มีมติเห็นชอบ “แนวทางการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างมีธรรมาภิบาลสำหรับผู้บริหารองค์กร” เพื่อเตรียมนำเสนอต่อคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดดีอี)  และคณะรัฐมนตรี(ครม.)ให้ความเห็นชอบ เพื่อ ให้หน่วยงานรัฐถือปฏิบัติ เพื่อคุมความเสี่ยงตามหลักจริยธรรม 3 แกนหลัก คือ โครงสร้างการกำกับดูแล การวางกลยุทธ์ และการควบคุมระดับปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาผลการศึกษาเรื่อง “5จี-แอดวานซ์ แอนด์ 10-กิกะซิตี้ ฟอร์  ไทยแลนด์” ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแห่งอนาคตที่ครอบคลุมไปถึงเทคโนโลยี 6จี เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลแห่งภูมิภาคอาเซียนอย่างเต็มตัว พร้อมทั้งมีมติเห็นชอบให้เสนอต่อบอร์ดดีอีเพื่อประกาศต่ออายุตราสัญลักษณ์เมืองอัจฉริยะ (สมาร์ท ซิตี้) ให้กับ 8 เมืองสำคัญทั่วประเทศออกไปอีก 2 ปี ประกอบด้วย นครสวรรค์ พังงา เกาะสมุย ปัตตานี พิษณุโลก อุบลราชธานี ระยอง และย่านพระราม 4 พร้อมสั่งการให้ศึกษาการบูรณาการระบบกล้อง ซีซีทีวี ร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยขั้นสูงสุด

นายไชยชนก กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมรับทราบเรื่องที่เกี่ยวข้องเอไอ  จำนวน 2 เรื่อง ได้แก่ “กรอบแนวทางการเปลี่ยนผ่านนวัตกรรม AI ของอาเซียน” สู่การนำไปปฏิบัติจริง ซึ่งเป็นความร่วมมือในระดับภูมิภาคเพื่อขับเคลื่อนแผนงานปัญญาประดิษฐ์อย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible AI) ประกอบด้วยเครื่องมือสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ กรอบทักษะความเข้าใจบนแนวคิด Hybrid AI ที่ผสมผสานระหว่างข้อมูลและองค์ความรู้, รายการและอนุกรมวิธานทักษะวิชาชีพ, เครื่องมือประเมินความพร้อมปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงทั้งองค์กรภาครัฐและเอกชน, ศูนย์ให้คำปรึกษาการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีในรูปแบบออนไลน์ และการพัฒนารายวิชาเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อยกระดับบุคลากรดิจิทัลไทยให้มีมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล

ส่วนที่ 2 คือ (ร่าง) พระราชบัญญัติว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ พ.ศ. …. ซึ่งมีสาระสำคัญเพื่อส่งเสริมการพัฒนาและการใช้ประโยชน์จาก เอไอ ควบคู่กับการกำกับดูแลความเสี่ยงและคุ้มครองประชาชน โดยกำหนดนิยามและบทบาทของผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงกลไกการกำกับดูแล การส่งเสริมการวิจัย พัฒนา ทดลองใช้งาน และการกำกับดูแลตนเองของภาคเอกชน พร้อมกำหนดมาตรการควบคุมการใช้งานเอไอI ที่มีความเสี่ยงหรือเป็นอันตราย การกำหนดหน้าที่ของผู้ให้บริการและผู้ประยุกต์ใช้ในการประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยง ตลอดจนวางหลักเกณฑ์การใช้ เอไอ ในภาครัฐ และการจัดการปัญหาดีฟเฟก หรือเนื้อหาที่สร้างโดยเอไอ ให้มีความโปร่งใส โดยให้ข้อเสนอแนะต่อสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (เอ็ดด้า) เพื่อนำไปประกอบการจัดทำร่างกฎหมายให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น