นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า กรมการข้าวให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม โดยมอบหมายให้ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี จัดทำแปลงต้นแบบและขยายผลสู่เกษตรกรในพื้นที่ ผ่านการส่งเสริมการงดเผาตอซัง การใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายฟางข้าว การจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง (AWD) และการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งในการประชุม ได้มีการชี้แจงแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกจากการทำนา โดยส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง และการใช้สารปรับปรุงดินจากธรรมชาติ GreenCal Si เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างน้อยร้อยละ 30 พร้อมเน้นย้ำการไม่เผาฟางข้าวตามนโยบายของรัฐบาล โดยมีเป้าหมาย 2,000 ไร่ เพื่อเป็นต้นแบบขยายผลสู่พื้นที่อื่นทั่วประเทศ
ในส่วนของภาคเอกชนได้ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานอย่างครบวงจร โดยบริษัท กรีนแคล (ประเทศไทย) จำกัด สนับสนุนสารปรับปรุงดิน GreenCal Si ในอัตราไร่ละ 3 กระสอบ บริษัท ข้าววรรณภพ จำกัด ทำหน้าที่เป็นผู้ เชื่อมโยงตลาดและรับซื้อผลผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ ส่วนบริษัท WAVE BCG รับผิดชอบการจัดเก็บข้อมูลและพัฒนาระบบตรวจวัด รายงาน และทวนสอบ (MRV) เพื่อรองรับการขอรับรองคาร์บอนเครดิตในอนาคต
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือประเด็นสำคัญที่เกษตรกรให้ความสนใจ ได้แก่ จุดรับซื้อผลผลิตใกล้พื้นที่และราคารับซื้อ ซึ่งอยู่ระหว่างการยืนยันรายละเอียดจากผู้ประกอบการ โดยกำหนดนัดหมายครั้งต่อไปในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เพื่อเปิดลงทะเบียนเกษตรกรเข้าร่วมโครงการอย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ กรมการข้าวตั้งเป้าพัฒนาโครงการข้าวคาร์บอนต่ำให้เป็นต้นแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกร ตั้งแต่กระบวนการผลิต การลดต้นทุน การเชื่อมโยงตลาด ไปจนถึงการสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิต เพื่อยกระดับข้าวไทยสู่มาตรฐานสากล เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความมั่นคงด้านรายได้ให้แก่เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน



