นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ ได้เร่งติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าหลังราคาพลังงานปรับตัวลดลง โดยพบว่ามีสินค้าหลายประเภทที่ต้นทุนลดลงชัดเจน ซึ่งกระทรวงได้หารือกับสมาคมที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยเฉพาะปุ๋ยเคมี และพลาสติก ซึ่งผลปรากฏว่าราคาปุ๋ยยูเรียจากในช่วงเกิดสงครามขึ้นไปถึง 1,400-1,500 บาทต่อกระสอบ ขณะนี้ลดลงมาเหลือ 1,200-1,300 บาทต่อกระสอบ และแนวโน้มหลังจากนี้ราคาน่าจะคลี่คลายลง และมีปริมาณเข้ามาได้ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นไปในทิศทางที่เป็นบวกต่อเกษตรกรมากขึ้น
ส่วนเม็ดพลาสติก กระทรวงพาณิชย์ได้หารือร่วมกับผู้ผลิต และผู้ประกอบการ โดยสถานการณ์ได้กลับเข้าสู่ใกล้เคียงภาวะปกติเช่นกัน ทั้งราคาถุงร้อน ถุงแกง ที่เคยขึ้นไป 47-51 บาทต่อกก. ปรับลดลงมาเหลือ 42-45 บาทต่อกก. ขณะที่บรรจุภัณฑ์อื่น ๆ ทิศทางราคาก็เริ่มปรับลดลง ขณะที่สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ก็จะมีการติดตาม แม้ที่ผ่านมากระทรวงฯ ไม่ได้อนุมัติให้ขึ้นราคา
หลังจากนี้ กระทรวงพาณิชย์จะติดตามราคาสินค้า ที่เคยได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานต่อเนื่อง โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ได้สั่งให้กรมการค้าภายใน ตรวจสอบและติดตามต้นทุนสินค้าทุกรายการ หลังราคาน้ำมันปรับลดลง เพื่อดูแลให้เหมาะสม ไม่ให้เอารัดเอาเปรียบ เพราะในช่วงที่ต้นทุนสูงขึ้น สินค้าที่เคยได้รับการให้ปรับราคา เมื่อต้นทุนลดลง ก็ต้องมีการปรับลดราคาลงมาด้วย รวมถึงน้ำมันปาล์มขวดที่อนุมัติให้ขึ้นราคา ก็ต้องติดตามดูว่าปัจจุบัน ราคาสอดคล้องกับต้นทุนหรือไม่ หากต้นทุนลด ก็ควรจะปรับลดลงมา จากปัจจุบันขายขวดละ 50 บาท
นายกรนิจ กล่าวถึงการแก้ปัญหาสินค้ากุ้ง หลังมาเลเซียห้ามนำเข้ากุ้ง 5 สายพันธุ์ ทำให้มีผลผลิตตกค้างว่า กระทรวงได้ช่วยระบายผลผลิต ซึ่งสำนักงานพาณิชย์จังหวัด 40 แห่ง ได้จัดรณรงค์บริโภคกุ้ง โดยซื้อกุ้งจากเกษตรกรไปจำหน่าย จังหวัดละ 10 ตัน เชื่อมโยงกุ้งนำไปขายในโมเดิร์นเทรด 500 ตัน และประสานผู้ประกอบการห้องเย็นอีก 2,000 ตัน ทำให้มีปริมาณความต้องการกุ้งรวม 2,900 ตัน และยังมีการดำเนินการต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์กุ้งจะคลี่คลาย
ส่วนสถานการณ์มะพร้าวแกง ที่ประสบปัญหาด้านราคาหลังผลผลิตออกสู่ตลาดมากช่วงเดือน เม.ย.-ส.ค. พาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ได้ประสานโรงงานแปรรูปมะพร้าว และล้ง ให้เพิ่มการรับซื้อจากเกษตรกรโดยตรง เป้าหมาย 9 ล้านลูก ซึ่งขณะนี้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และยังได้ร่วมมือกับโรงงานแปรรูปชะลอการนำเข้า และให้ซื้อมะพร้าวในประเทศก่อน ทำให้ยอดนำเข้า 5 เดือนมะพร้าวลูกลด 60% และกะทิแช่แข็งลด 50% ส่วนมะพร้าวน้ำหอมได้เข้าไปจัดการปัญหานอมินี การกดราคารับซื้อ และน้ำมะพร้าวปลอมปนเพื่อไม่ให้กดราคารับซื้อจากชาวสวน จนล่าสุดราคาขยับขึ้นจากลูก 3-5 บาท ไปเป็น 12-14 บาท ด้านทุเรียน ยังอยู่ในเกณฑ์ดี แม้ว่าทุเรียนเพื่อนบ้านจะมีปัญหาตกต่ำรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ เนื่องจากกระทรวงได้หาตลาดล่วงหน้า เร่งระบายผลผลิต ทำให้ทุเรียนเกรดดี ราคายังเกินกก.ละ 100 บาทอยู่



