เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีการเสนอสินบนจำนวน 40 ล้านบาทต่อเดือน ให้กับนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่รัฐมนตรีเคยแถลงต่อสภาและมีการร้องทุกข์กล่าวโทษที่กองบังคับการปราบปราม ก่อนเรื่องจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สิ่งที่น่ากังวลคือผู้ถูกกล่าวหาที่ชื่อ “นายคิว” ซึ่งเป็นบุตรชายของ “เสี่ยตือ” ถูกระบุว่า มีความเชื่อมโยงกับเว็บพนันออนไลน์จำนวน 4,000 เว็บไซต์ โดยมีการเสนอเงินให้ URL ละ 10,000 บาท รวมเป็นเงิน 40 ล้านบาท ผ่านตัวกลางชื่อย่อ “ฉ” เพื่อนำไปเสนอต่อรัฐมนตรี และมีการนัดพบกันที่ร้านอาหาร แต่ข้อเท็จจริงที่น่าตกใจคือ ตลอดระยะเวลา 8 เดือนที่ผ่านมา หลังจากมีการแจ้งความ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายเรียกนายคิวเลยแม้แต่ครั้งเดียว

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า แม้ในช่วง 30 วันแรกที่สำนวนยังอยู่ที่กองปราบปรามจะมีการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง ทั้งนายไชยชนก และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทยคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นผู้ที่นำเรื่องมาบอกนายไชยชนก รวมถึงบุคคลอื่นอีก 3-4 คน แต่กลับไม่มีความพยายามในการเรียกนายคิวมาให้การ และเมื่อกรรมาธิการฯ สอบถามไปยังตำรวจสอบสวนกลางถึงสาเหตุที่ไม่ออกหมายเรียก กลับได้รับคำตอบว่าเกรงว่าผู้ถูกกล่าวหาจะไม่มา ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างมากในกระบวนการยุติธรรม

“ผมต้องยืนยันว่า เรื่องเงิน 40 ล้านเป็นเรื่องใหญ่ และเป็นเรื่องที่สะท้อนถึงกระบวนการยุติธรรม ซึ่งในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า กรรมาธิการจะนัดประชุมเพื่อหาข้อสรุปเรื่องนี้อีกครั้ง เพราะตอนนี้เราเริ่มเห็นการโยนความรับผิดชอบกันไปมา ผมไม่รู้ว่านายคิวเป็นคนเส้นใหญ่มาจากไหน แต่ในฐานะที่เราติดตามเรื่องความยุติธรรมมาตลอด เรื่องนี้ไม่ปกติ โดยทั่วไปถ้าท่านถูกแจ้งความดำเนินคดี ตำรวจก็ต้องออกหมายเรียกครั้งที่ 1 หากไม่มาก็เรียกครั้งที่ 2 ถ้ายังไม่มาอีกก็ต้องไปขอหมายจับ แต่กับนายคิวกลับไม่แม้แต่จะออกหมายเรียกแม้แต่ครั้งเดียว ผมว่าเรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ หากคนระดับรัฐมนตรีไปแจ้งความแล้วเจ้าหน้าที่ยังเกียร์ว่างไม่ทำหน้าที่ บ้านเมืองเราจะอยู่กันได้อย่างไร และประชาชนจะคาดหวังความยุติธรรมได้อย่างไร” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ข้อมูลจากตำรวจสอบสวนกลางระบุว่า นายคิวอาจมีการติดสินบนให้กระทรวงดีอีมาโดยตลอด ก่อนที่นายไชยชนก จะเข้ามารับตำแหน่ง แต่กลับไม่มีการดำเนินคดีใดๆ เพิ่มเติม อีกทั้งยังแสดงความกังวลว่าคดีนี้อาจมีความพยายามทำให้จบลงด้วยการส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ทั้งที่ผู้ถูกกล่าวหาปัจจุบันมีเพียงนายคิวที่เป็นบุคคลธรรมดา ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งอาจทำให้หลุดพ้นจากอำนาจการตรวจสอบของ ป.ป.ช. ได้ นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่า เครือข่ายของเสี่ยตืออาจเกี่ยวพันกับเรื่องน้ำมันเถื่อนและการบริจาคเงินให้บางพรรคการเมือง ซึ่งกรรมาธิการจะเร่งประสานให้ ปปง. เข้ามาตรวจสอบเส้นทางการเงิน เนื่องจากเป็นคดีมูลฐานเกี่ยวกับการฟอกเงิน