เมื่อวันที่ 2 ก.ค. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) เดินทางลงพื้นที่จังหวัดมุกดาหารเป็นการด่วน เพื่อติดตามเหตุการณ์สะเทือนใจกรณีเด็กชายอายุ 10 ปี ขับรถยนต์ของญาติประสบอุบัติเหตุชนพระธุดงค์จนมรณภาพ พร้อมเรียกประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อรับฟังข้อเท็จจริงและวางแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

นายเจเศรษฐ์ เปิดเผยว่า ก่อนการลงพื้นที่ในวันเดียวกัน ตนได้เป็นประธานเปิดการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับชาติ ประจำปี 2569 (C-MEX26) ซึ่งได้เน้นย้ำกับทุกหน่วยงานว่า การบริหารจัดการสาธารณภัยในปัจจุบันต้องให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมและการปฏิบัติการเชิงรุก
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ยิ่งตอกย้ำว่าการเตรียมพร้อมไม่ใช่เพียงการฝึกซ้อม แต่ต้องสามารถนำไปสู่การปฏิบัติจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเมื่อเกิดเหตุขึ้น ทุกนาทีมีความหมายต่อชีวิตของประชาชน การฝึกที่ดีจึงต้องทำให้ทุกหน่วยงานตอบสนองต่อสถานการณ์จริงได้อย่างรวดเร็ว เป็นระบบ และลดความสูญเสียให้ได้มากที่สุด” นายเจเศรษฐ์ กล่าว

ทั้งนี้ รมช.มหาดไทย ระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้เข้าไปก้าวล่วงกระบวนการสอบสวนทางคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ต้องการนำบทเรียนที่เกิดขึ้นไปพัฒนามาตรการด้านความปลอดภัยสาธารณะของประเทศ โดยได้สั่งการเร่งด่วน 3 มาตรการ คือ ดูแลและเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ตามระเบียบราชการ ให้จังหวัดมุกดาหารจัดทำข้อเสนอเชิงป้องกันร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ นำบทเรียนนี้ไปรวมเข้ากับการฝึกเตรียมความพร้อมของทุกจังหวัด เพื่อให้เกิดเอกภาพในการเผชิญเหตุจริง

นายเจเศรษฐ์ กล่าวย้ำในตอนท้ายด้วยว่า ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งได้มุ่งปรับรูปแบบการทำงานสู่ “การปฏิบัติการเชิงรุก” ซึ่งครอบคลุมทุกเหตุการณ์ที่กระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ไม่จำกัดเพียงแค่ภัยธรรมชาติ เป้าหมายของการฝึกไม่ใช่เพียงให้แผนประสบความสำเร็จ แต่คือการรักษาชีวิตของประชาชนเมื่อเกิดเหตุจริง กระทรวงมหาดไทยต้องก้าวนำสถานการณ์ และพร้อมปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน



