สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ว่า นพ.เทดรอส กล่าวว่า แม้การรับมือกับการระบาดของโรคอีโบลาในดีอาร์คองโกมีความคืบหน้า แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเผชิญกับความท้าทายอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงความไม่ไว้วางใจและความรุนแรง
ขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนหรือวิธีการรักษาที่ได้รับการอนุมัติ สำหรับเชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บุนดีบูเกียว ซึ่งทำให้มีผู้ป่วยมากกว่า 1,400 คน รวมถึงผู้เสียชีวิต 438 รายในดีอาร์คองโก โดยนพ.เทดรอส กล่าวเสริมว่า ดีอาร์คองโกมีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่เฉลี่ย 38 คนต่อวัน ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา
Trial for Bundibugyo Ebola treatment starts in DRC, WHO says https://t.co/JRckZ4VrI4 https://t.co/JRckZ4VrI4
— Reuters (@Reuters) July 2, 2026
ทั้งนี้ การทดลองรักษา ซึ่งอาจใช้เวลานานหลายเดือนในการดำเนินการให้เสร็จสิ้น และมีผู้ป่วยเข้าร่วมมากกว่า 1,000 คน จะประเมินแอนติบอดี “เอ็มบีพี134” ที่อยู่ระหว่างการทดลอง ของบริษัท แมปป์ ไบโอฟาร์มาซูติคอล ในฐานะการรักษาแบบเดี่ยวสำหรับเชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บุนดีบูเกียว ตลอดจนการใช้ร่วมกับยาต้านไวรัสเรมเดซิเวียร์ ของบริษัท กิเลียด ไซเอนเซส
ด้านดับเบิลยูเอชโอระบุว่ามีปริมาณยาเพียงพอสำหรับการทดลองรักษา และหน่วยงานอยู่ระหว่างการหารือกับสหรัฐ ซึ่งบริจาคแอนติบอดีเอ็มบีพี134 และบริษัท กิเลียด ไซเอนเซส เพื่อทำให้แน่ใจว่า ผู้ป่วยโรคอีโบลาจะสามารถเข้าถึงยาได้ ภายหลังการทดลอง หากพบว่าตัวยาปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ นพ.เทดรอส กล่าวเพิ่มเติมว่า การตอบสนองในส่วนอื่น ๆ ก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเช่นกัน โดยปัจจุบันมีห้องปฏิบัติการ 10 แห่งที่สามารถตรวจหาเชื้อไวรัสอีโบลาได้ และมีการติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิด 4 ใน 5 คน แม้ยังต้องระบุตัวผู้สัมผัสใกล้ชิดเพิ่มเติมในแต่ละกรณีก็ตาม.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



