สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงโมกาดิชู ประเทศโซมาเลีย เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ว่า ภารกิจของเอยูที่มีเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพเกือบ 12,000 นาย ทำหน้าที่สนับสนุนรัฐบาลโมกาดิชูที่เปราะบาง โดยช่วยต่อต้านกลุ่มติดอาวุธ “อัล-ชาบับ” ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มอัล-กออิดะห์ ซึ่งเข้าใกล้เมืองหลวงจากการโจมตีครั้งก่อน ๆ และควบคุมพื้นที่ชนบทขนาดใหญ่ทางตอนใต้และตอนกลางของโซมาเลีย

อย่างไรก็ตาม ภารกิจสนับสนุนและรักษาเสถียรภาพของสหภาพแอฟริกาในโซมาเลีย หรือ “ออสซัม” (AUSSOM) พึ่งพาการสนับสนุนจากยูเอ็นเป็นอย่างมาก ในด้านโลจิสติกส์ที่จำเป็น เช่น อาหาร น้ำ เชื้อเพลิง บริการทางการแพทย์ และการลำเลียงทหาร

อนึ่ง รัฐบาลวอชิงตันภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ แสดงความไม่พอใจมากขึ้นกับฝ่ายบริหารของรัฐบาลโมกาดิชู ซึ่งเต็มไปด้วยความขัดแย้งทางการเมือง และประสบความล้มเหลวในการปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบ แม้จะได้รับการสนับสนุนจากนานาชาติมานานหลายปีแล้วก็ตาม

ในบันทึกทางการทูตลงวันที่ 1 ก.ค. 2569 รัฐบาลวอชิงตันแจ้งต่อเอยูว่า สหรัฐจะไม่ให้การสนับสนุนสำนักงานสนับสนุนแห่งสหประชาชาติในโซมาเลีย (ยูเอ็นเอสโอเอส) ซึ่งมีงบประมาณทั้งหมดประมาณ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 16,566 ล้านบาท) หลังจากสิ้นสุดปีนี้

แม้รัฐบาลสหรัฐระบุว่าจะไม่คัดค้านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ที่จะต่ออายุภารกิจของเอยู แต่จะคัดค้านการขยายเวลาใด ๆ ก็ตามที่รวมถึงการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์หรือปฏิบัติการของยูเอ็น

ขณะที่คณะกรรมาธิการสหภาพแอฟริกา (เอยูซี) แจ้งให้สมาชิกคณะมนตรีสันติภาพและความมั่นคง (พีเอสซี) ทราบถึงการตัดสินใจของสหรัฐ พร้อมกับเตือนว่า การตัดสินใจดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ ท่าทีในปฏิบัติการ และการจัดหาเงินทุนของภารกิจรักษาสันติภาพ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS