เมื่อวันที่ 5 ก.ค. ชาวบ้านในพื้นที่ถึงกับผงะ หลังฝนตกกระหน่ำต่อเนื่องนาน 3 วัน จนเกิดน้ำป่าไหลหลากซัดถนนสายเก้าห้อง-วัดถ้ำเขาประทุน ต.เขาน้อย อ.เขาชะเมา จ.ระยอง จนขาดสะบั้น โดยชาวบ้านพบว่าภายในเนื้อคอนกรีตมีเพียงเหล็กเส้นขนาดเล็กคล้ายลวด และวางในระยะห่างที่ผิดปกติ ไม่มีการใช้ตะแกรงเหล็กไวร์เมช (Wire Mesh) ตามมาตรฐานงานทาง จึงร้องเรียนผ่านสื่อและโซเชียลมีเดีย จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ หวั่นมีการลดสเปกวัสดุหรือทุจริตการก่อสร้าง จนทำให้ประชาชนเดือดร้อนและไม่สามารถสัญจรผ่านได้

ต่อมา นายทัศนเดชา บุญสิทธิ์ นายอำเภอเขาชะเมา พร้อมด้วย นายมนูญ ถนอมวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาน้อย นายศักดา สิงโต สมาชิกสภาจังหวัดระยอง เขตเขาชะเมา รวมทั้งผู้นำท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบถนนสายดังกล่าวทันที

จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นทางระบายน้ำที่มีการวางท่อคอนกรีตอยู่ใต้ถนน พบว่าถูกกระแสน้ำพัดพังเสียหายยับเยิน โดยผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นเหล็กที่โผล่ออกมาจากพื้นคอนกรีตที่แตกหัก มีเพียงเหล็กเส้นเล็ก ๆ วางห่างกันและมีลักษณะคล้ายเส้นลวด ไม่ใช่เหล็กตะแกรงไวร์เมชที่นิยมใช้ในงานก่อสร้างถนนทั่วไป ซึ่งสร้างความเคลือบแคลงใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก

นายอำเภอเขาชะเมา เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบสภาพหน้างานพบว่ามีการใช้เหล็กขนาดเล็กจริง แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องนำแบบแปลนการก่อสร้างและเอกสารสัญญาจ้างมาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง สำหรับถนนเส้นดังกล่าวขุดสร้างและใช้งานมานานประมาณ 6-7 ปี รวมระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร โดยจุดที่พังเสียหายเป็นบริเวณวางท่อระบายน้ำ ซึ่งพบว่ามีเหล็กอยู่น้อยจริงตามที่ชาวบ้านร้องเรียน ทั้งนี้หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการทุจริต หรือดำเนินการผิดไปจากสัญญาจ้าง จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่มีข้อยกเว้น

ด้าน นายมนูญ นายก อบต.เขาน้อย ระบุว่า ทาง อบต. จะเร่งตรวจสอบเอกสารย้อนหลังทั้งหมด ทั้งในส่วนของรายชื่อผู้รับเหมาและมาตรฐานวัสดุที่นำมาใช้ ยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น และในระหว่างนี้จะเร่งส่งเครื่องจักรเข้าซ่อมแซมถนนเป็นการเบื้องต้น เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้สัญจรผ่านไปมาได้โดยเร็วที่สุด

ขณะเดียวกัน ผู้รับเหมารายหนึ่งในพื้นที่ได้ให้ข้อมูลทางเทคนิคเพิ่มเติมว่า นอกจากการตรวจสอบขนาดและปริมาณของเหล็กเส้นแล้ว ควรตรวจสอบความหนาของชั้นคอนกรีตด้วย เพราะตามมาตรฐานงานทางทั่วไป ถนนคอนกรีตต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร และต้องใช้เหล็กเสริมตามมาตรฐานที่กำหนด ไม่เช่นนั้นเมื่อเจอกระแสน้ำหลากขัดเซาะ ถนนจะพังทลายได้ง่ายเช่นนี้

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านในพื้นที่ได้เรียกร้องให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักงาน ป.ป.ช. ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยด่วน เนื่องจากหวั่นใจว่าอาจมีการฮั้วประมูลหรือทุจริตในโครงการก่อสร้าง ซึ่งทำให้งบประมาณแผ่นดินสูญเปล่า และทิ้งความเดือดร้อนไว้ให้กับประชาชนเสี่ยงอันตรายในการเดินทาง