วันนี้ (6 ก.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกรณีคลื่นความร้อนรุนแรงแผ่ปกคลุมสหรัฐอเมริกา ในช่วงสุดสัปดาห์ที่กำลังมีงานเฉลิมฉลองวันชาติครบรอบ 250 ปี ทำให้อุณหภูมิพุ่งสูงทะลุสถิติในหลายสิบเมือง ขณะที่นิวเจอร์ซีย์เผชิญวิกฤติหนัก พบผู้เสียชีวิตที่คาดว่ามีสาเหตุเกี่ยวข้องกับอากาศร้อนจัดแล้วอย่างน้อย 25 ราย ท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงที่ทำให้เกิดไฟดับซ้ำเติม
เจ้าหน้าที่รัฐนิวเจอร์ซีย์เปิดเผยในงานแถลงข่าวว่า ขณะนี้พบผู้เสียชีวิตที่คาดว่าเกิดจากผลกระทบของโดมความร้อน (Heat Dome) ที่แผ่ปกคลุมพื้นที่ตอนกลางและตะวันออกของประเทศอย่างน้อย 25 ราย โดย ดร.เรย์นาร์ด วอชิงตัน อธิบดีกรมอนามัยแห่งรัฐนิวเจอร์ซีย์ ระบุว่า พบผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ในบ้านที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ บางรายเสียชีวิตนอกบ้าน บนท้องถนน และในรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้
ด้านผู้ว่าการรัฐ มิกี เชอร์ริลล์ เตือนว่า อุณหภูมิที่พุ่งสูงครั้งนี้ ถือเป็นช่วงที่ร้อนที่สุดในรอบกว่า 14 ปี และความร้อนเป็นภัยธรรมชาติที่คร่าชีวิตคนอเมริกันมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง โดยส่งผลกระทบต่อคนทุกเพศทุกวัย ไม่ใช่แค่ผู้สูงอายุเท่านั้น
At least 25 people are suspected to have died in New Jersey from the sweltering, multi-day heat wave that has enveloped a large portion of the country leading up to and over the Fourth of July holiday weekend, officials said. https://t.co/k7GY7af5wl
— ABC News (@ABC) July 6, 2026
นอกจากวิกฤติความร้อนแล้ว นิวเจอร์ซีย์ยังเผชิญพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงและกระแสลมกระโชกแรงถึง 128 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในช่วงสุดสัปดาห์ ส่งผลให้ต้นไม้และเสาไฟฟ้าหักโค่น ทำให้ประชาชนเกือบ 300,000 ราย ไม่มีไฟฟ้าใช้ ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัดเกือบ 100 องศาฟาเรนไฮต์ (ราว 37 องศาเซลเซียส) โดยพื้นที่ตอนกลางและตอนเหนือของรัฐได้รับผลกระทบหนักที่สุด ขณะเดียวกันที่รัฐอิลลินอยส์ก็มีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงวัย 47 ปี หลังเกิดลมกระโชกแรง พัดต้นไม้ล้มทับรถบ้านในค่ายพักแรม
สภาพอากาศแปรปรวนนี้ยังส่งผลกระทบต่อการเฉลิมฉลองวันชาติสหรัฐในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาในหลายพื้นที่ โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า มีอย่างน้อย 12 เมืองทางฝั่งตะวันออก ที่สถิติตัวเลขอุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเมืองแอตแลนติกซิตี ร้อนที่สุดพุ่งสูงถึง 106 องศาฟาเรนไฮต์ (ประมาณ 41 องศาเซลเซียส) ขณะที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และเมืองราลี รัฐนอร์ทแคโรไลนา สูงถึง 103 องศาฟาเรนไฮต์ (ราว 39 องศาเซลเซียส) ส่วนที่เมืองบัลติมอร์ ซอลส์บรี และวิลมิงตัน ต่างพุ่งแตะ 102 องศาฟาเรนไฮต์ (ราว 38 องศาเซลเซียส) ซึ่งความร้อนจัดและพายุฝนที่ตามมา ส่งผลให้ต้องอพยพประชาชนออกจากลานจัดงานในเมืองหลวง และทำให้งานแสดงพลุ รวมถึงกิจกรรมกลางแจ้งหลายแห่งต้องถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไป
แม้ว่าในวันอาทิตย์ คลื่นความร้อนในแถบตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น นิวยอร์กและบอสตัน เริ่มคลายตัวลง โดยอุณหภูมิลดต่ำลงกว่าวันหยุดราว 10-15 องศาฟาเรนไฮต์ แต่พื้นที่ทางใต้และตอนกลางฝั่งตะวันออก ยังคงต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนชื้นและคำเตือนภัยจากความร้อนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงต้องเฝ้าระวังพายุรุนแรงรอบใหม่และภาวะน้ำท่วมฉับพลันที่อาจเกิดขึ้นตามมาด้วย
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : abcnews.com
เครดิตภาพ : REUTERS



