สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ว่าเทศบาลกรุงเคียฟรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากการโจมตีครั้งใหม่ของกองทัพรัสเซีย เมื่อคืนวันอาทิตย์ต่อเนื่องถึงช่วงเช้าของวันจันทร์ เพิ่มเป็นอย่างน้อย 12 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 50 คน โดยอาคารที่พักอาศัยเกือบ 30 แห่ง ได้รับความเสียหายอย่างหนัก
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังการโจมตีของรัสเซียเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 31 ราย และถือเป็นการโจมตีกรุงเคียฟครั้งรุนแรงที่สุดของปีนี้

ขณะที่กระทรวงกลาโหมรัสเซียออกแถลงการณ์ว่า กองทัพรัสเซียปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ต่อกรุงเคียฟและพื้นที่โดยรอบ ด้วยขีปนาวุธพิสัยไกลที่ยิงจากทางอากาศ ทางบก และทางทะเล รวมถึงโดรน โดยเป้าหมายของการโจมตีคือ สถานที่ทางทหารและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ในกรุงเคียฟและพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงสนามบินทหารในหลายภูมิภาคของยูเครน
Last night, Kyiv came under a massive Russian attack. Russia launched 68 missiles and 351 attack drones. Response efforts are still underway. Damage has been recorded at more than 10 locations across the city, including residential buildings. All necessary services are on the… pic.twitter.com/101XvDDYs1
— Volodymyr Zelenskyy / Володимир Зеленський (@ZelenskyyUa) July 6, 2026
ด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เดินหน้าเรียกร้องให้สมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ในการประชุมที่กรุงอังการาของตุรกี ในการเพิ่มความสนับสนุนด้านระบบป้องกันทางอากาศ
ส่วนประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวว่า กองทัพรัสเซียต้องเดินหน้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของยูเครน รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่สนับสนุนการทำงานของอุตสาหกรรมนี้.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



