สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ว่าเทศบาลกรุงเคียฟรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากการโจมตีครั้งใหม่ของกองทัพรัสเซีย เมื่อคืนวันอาทิตย์ต่อเนื่องถึงช่วงเช้าของวันจันทร์ เพิ่มเป็นอย่างน้อย 12 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 50 คน โดยอาคารที่พักอาศัยเกือบ 30 แห่ง ได้รับความเสียหายอย่างหนัก


การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังการโจมตีของรัสเซียเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 31 ราย และถือเป็นการโจมตีกรุงเคียฟครั้งรุนแรงที่สุดของปีนี้


ขณะที่กระทรวงกลาโหมรัสเซียออกแถลงการณ์ว่า กองทัพรัสเซียปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ต่อกรุงเคียฟและพื้นที่โดยรอบ ด้วยขีปนาวุธพิสัยไกลที่ยิงจากทางอากาศ ทางบก และทางทะเล รวมถึงโดรน โดยเป้าหมายของการโจมตีคือ สถานที่ทางทหารและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ในกรุงเคียฟและพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงสนามบินทหารในหลายภูมิภาคของยูเครน


ด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เดินหน้าเรียกร้องให้สมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ในการประชุมที่กรุงอังการาของตุรกี ในการเพิ่มความสนับสนุนด้านระบบป้องกันทางอากาศ


ส่วนประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวว่า กองทัพรัสเซียต้องเดินหน้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของยูเครน รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่สนับสนุนการทำงานของอุตสาหกรรมนี้.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS