เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ที่เทศบาลตำบลหนองกุง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ กลุ่มผู้ดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการติดเตียงในพื้นที่ตำบลหนองกุง จำนวน 31 คน รวมตัวเข้าร้องขอความเป็นธรรม พร้อมติดตามความคืบหน้ากรณีไม่ได้รับเงินค่าตอบแทนการปฏิบัติงานดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ซีจี” เป็นเวลานานถึง 4 เดือน ตั้งแต่เดือน ม.ค.-เม.ย. 2569

กลุ่มผู้ร้องเรียนอ้างว่า เงินในบัญชีของศูนย์พัฒนาและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและคนพิการตำบลหนองกุง ถูกเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบบัญชีเบิกถอนออกไปหลายครั้ง โดยมีอดีตผู้บริหารเทศบาลรายหนึ่งร่วมลงนามเบิกถอน รวมเป็นเงิน 239,200 บาท ทำให้ผู้ดูแลทั้ง 31 คน ไม่ได้รับค่าตอบแทนรวม 107,520 บาท

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ดูแลเคยยื่นหนังสือติดตามเงินดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา และเดินทางมาติดตามหลายครั้ง แต่ยังไม่ได้รับความคืบหน้า จึงรวมตัวเข้าพบผู้บริหารเทศบาลอีกครั้ง โดยมีนายไพรัชน์ ใบบ้ง ปลัดเทศบาลตำบลหนองกุง นายศักดิ์ชัย ญาณกาย รองนายกเทศมนตรี และประธานศูนย์พัฒนาและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและคนพิการตำบลหนองกุงคนใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่รับเรื่อง

ภายหลังการประชุมนานกว่า 1 ชั่วโมง นายไพรัชน์ เปิดเผยว่า เพิ่งทราบรายละเอียดว่าผู้ดูแลทั้ง 31 คน ยังไม่ได้รับค่าตอบแทน และเพิ่งทราบว่าเงินในบัญชีเหลือเพียง 1,700 บาท พร้อมยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามขั้นตอนโดยเร็ว เนื่องจากเป็นความเดือดร้อนของประชาชน

นายไพรัชน์ ระบุอีกว่า ก่อนที่ชาวบ้านจะเดินทางมาร้องเรียน ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวหา แจ้งว่าจะนำเงินจำนวน 107,520 บาท มาคืน เพื่อนำไปจ่ายให้ผู้ดูแลทั้ง 31 คน ส่วนเงินที่เหลือจะมีการติดตามคืนภายหลัง

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ดูแลไม่ยินยอมรับข้อเสนอดังกล่าว โดยยืนยันว่าต้องการให้คืนเงินทั้งหมด พร้อมดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ก่อนพากันเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ซึ่งมี พ.ต.อ.ชลิต ศรีหานู ผู้กำกับการ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ และพนักงานสอบสวนรับเรื่องไว้ดำเนินการ

จากนั้น กลุ่มผู้ดูแลทั้งหมดได้เข้าพบนายชาญณรงค์ เจริญจิต นายกเทศมนตรีตำบลหนองกุง เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหา โดยมีการนำเงินจำนวน 107,520 บาท ที่เจ้าหน้าที่นำมาคืน ส่งมอบให้เทศบาลเพื่อดำเนินการจ่ายแก่ผู้ดูแลตามสิทธิ พร้อมเตรียมตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และสอบวินัยเจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวหา

นางสมบัติ โคตรเพชร ประธานผู้ดูแลผู้สูงอายุตำบลหนองกุง กล่าวว่า ผู้ดูแลทั้ง 31 คน ต่างได้รับความเดือดร้อนจากการไม่ได้รับค่าตอบแทนเป็นเวลา 4 เดือน เฉลี่ยคนละ 2,000-6,000 บาท ทั้งที่ต้องทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยติดเตียงอย่างใกล้ชิด ทั้งวัดความดัน แนะนำการใช้ยา ดูแลความเป็นอยู่ ตัดผม ตัดเล็บ ทำความสะอาดบ้าน รวมถึงช่วยเหลือด้านสุขอนามัยผู้ป่วย โดยได้รับค่าตอบแทนเพียงชั่วโมงละ 60 บาท แต่กลับยังถูกเบิกเงินออกจากบัญชีไปโดยที่ผู้ปฏิบัติงานไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว

ด้านนางสาวกีบจันทร์ พรมดี อายุ 45 ปี หนึ่งในผู้ดูแลผู้สูงอายุ กล่าวว่า แม้ค่าตอบแทนจะไม่มาก แต่เป็นรายได้จากการทำงานหนักเพื่อดูแลผู้ป่วยติดเตียง บางรายไม่มีญาติดูแล ผู้ดูแลจึงต้องทำทุกอย่างให้ผู้ป่วย แต่กลับไม่ได้รับเงินมานานถึง 4 เดือน จึงต้องการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเร่งคืนเงินและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง

ขณะที่นายชาญณรงค์ เจริญจิต นายกเทศมนตรีตำบลหนองกุง กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่ตนจะเข้ารับตำแหน่ง แต่หลังทราบเรื่องได้สั่งตรวจสอบทันที พร้อมทำหนังสือขอสเตทเมนต์ย้อนหลังจากธนาคาร พบว่ามีการเบิกถอนเงินหลายครั้งจนเกือบหมดบัญชี ทั้งที่ผู้ดูแลยังไม่ได้รับค่าตอบแทน

นายกเทศมนตรีตำบลหนองกุง ยืนยันว่า แม้เจ้าหน้าที่ผู้ถูกกล่าวหาจะนำเงินบางส่วนมาคืนแล้ว แต่เทศบาลจะเดินหน้าตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด หากพบว่ามีมูลจะตั้งคณะกรรมการสอบวินัย และหากผลสอบยืนยันว่ากระทำผิดจริง จะดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบราชการอย่างเด็ดขาด โดยไม่มีการละเว้น เพราะเป็นการสร้างความเสียหายและความเดือดร้อนแก่ประชาชนโดยตรง.