เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2569 ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผู้ขับเคลื่อนเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ ได้ออกมาโต้แย้ง นายอธึกกิต แสวงสุข (ใบตองแห้ง) คอลัมนิสต์ดัง ที่มีข้อครหาต่อ น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ (แก้วตา) ว่าเหตุใดจึงเพิ่งแฉเรื่องคุกคามทางเพศ หลังไม่ได้เลือกให้ลงสมัคร สส. ต่อ ธัญวัจน์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “เรียน คุณอธึกกิต แสวงสุข Feminism หรือ #สตรีนิยม ไม่ใช่ “ศาลสตรีนิยม” และไม่ได้ปฏิเสธหลักนิติรัฐหรือกระบวนการยุติธรรม ตรงกันข้าม สตรีนิยมยืนยันว่าการพิสูจน์ข้อเท็จจริงเป็นสิ่งจำเป็น และผู้ถูกกล่าวหาก็ต้องได้รับความเป็นธรรมเช่นกัน แต่คำถามที่สตรีนิยมพยายามตั้งคือ ทุกคนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างเท่าเทียมหรือไม่ เพราะการมีกฎหมายเพียงอย่างเดียว ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะกล้าใช้กฎหมายนั้น

แนวคิด Feminist Jurisprudence (นิติศาสตร์สตรีนิยม) เกิดขึ้นเพื่ออธิบายว่า ทำไมผู้หญิงและผู้มีความหลากหลายทางเพศจำนวนไม่น้อยจึงไม่กล้าออกมาร้องเรียน ทั้งที่กฎหมายมีอยู่แล้ว คำตอบมักไม่ใช่ เพราะเขา “ยินยอม” หรือ “ไม่มีเรื่อง” แต่เพราะต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการพูดความจริง กับความเสี่ยงต่อหน้าที่การงาน ชื่อเสียง ความปลอดภัย และความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ไม่เท่าเทียม นี่ต่างหากคือสิ่งที่สตรีนิยมพยายามทำความเข้าใจ และเป็นเหตุผลว่าทำไมการไม่ซ้ำเติมหรือกล่าวโทษผู้เสียหาย (victim blaming) จึงเป็นหลักการสำคัญ เพราะการซ้ำเติมอาจทำให้ผู้มีอำนาจน้อยยิ่งไม่กล้าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ดังนั้น ก่อนที่เราจะบอกว่า “ต้องฟังให้รอบแล้วชั่งน้ำหนัก” ธัญเห็นด้วยค่ะ แต่ขอชวนตั้งคำถามอีกข้อว่า ผู้เสียหายมีโอกาสเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและพูดความจริงได้อย่างปลอดภัยหรือยัง เพราะหัวใจของสตรีนิยมไม่ใช่การตัดสินใครล่วงหน้า แต่คือการทำให้ทุกคนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้จริง และได้รับความคุ้มครองอย่างเท่าเทียม ทั้งผู้ร้องเรียนและผู้ถูกกล่าวหา