สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ว่า นายไมเคิล แอคแลนด์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของเทลสตรา กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้อาจเกิดจากความผิดพลาดที่เกี่ยวข้องกับเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งทำหน้าที่ซิงค์ หรือปรับเทียบเวลาให้ศูนย์ข้อมูลในเมืองซิดนีย์และเมลเบิร์น จนนำไปสู่การหยุดชะงัก อย่างไรก็ดี ไม่มีหลักฐานของการโจมตีทางไซเบอร์
เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ในขั้นตอนนี้ ไม่มีสิ่งใดบ่งชี้ถึงกิจกรรมที่เป็นอันตราย แต่บริษัทยังคงทำการตรวจสอบต่อไป และยังคงตั้งข้อสงสัยในทุกแง่มุม ขณะที่รายงานการหยุดชะงักที่เกิดขึ้นทั่วออสเตรเลีย เป็นการขาดการเชื่อมต่อเป็นบางช่วง และไม่ได้จำกัดแค่บางรัฐ หรือบางเขตเมือง
Australia's biggest telecoms firm Telstra said it was urgently investigating the cause of a nationwide outage that cut phone services for thousands of customers, disrupted wireless payments and halted trains https://t.co/mlu8opi7eW
— Reuters (@Reuters) July 8, 2026
เหตุการณ์สัญญาณหยุดชะงัก ซึ่งเริ่มต้นในช่วงเช้ามืดของวันพุธ (8 ก.ค.) กินเวลานานประมาณ 5 ชั่วโมง ก่อนที่บริการต่าง ๆ จะกลับมาใช้งานได้แล้วประมาณ 90%
บริการรถไฟที่เชื่อมต่อเมลเบิร์น เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของออสเตรเลีย กับเมืองต่าง ๆ ในภูมิภาค ถูกระงับเนื่องจากปัญหาด้านการสื่อสาร โดยผู้ให้บริการได้แนะนำให้ผู้โดยสารเลื่อนการเดินทางหากเป็นไปได้ ขณะที่รถไฟบางขบวนในเส้นทางชนบทของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน
ในขณะเดียวกัน คนขับแท็กซี่ก็ไม่สามารถรับงานได้ และลูกค้าบางรายก็ไม่สามารถชำระค่าโดยสารได้ เนื่องจากแพลตฟอร์มการชำระเงินล่ม.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



