นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เปิดเผยว่า งบประมาณของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตามร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ . 2570 อยู่ที่ 13,683 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2569 ซึ่งอยู่ที่ 10,274 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3,409 ล้านบาท คิดเป็น 33% โดยหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นมากที่สุดคือ สดช. ซึ่งได้รับงบประมาณปี 2570 จำนวน 5,511.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2569 ที่ได้รับ 2,857.1 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2,654 ล้านบาท คิดเป็น 92%

“ ปัจจัยหลักที่ทำให้งบประมาณของ สดช. เพิ่มขึ้น มาจากโครงการคลาวด์กลางภาครัฐ หรือ จีดีซีซี ซึ่งปีง 70 ได้รับงบประมาณรวม 4,980 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 69 ที่ได้รับ 2,264 ล้านบาท ถือเป็นงบประมาณด้านคลาวด์กลางภาครัฐที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ดำเนินโครงการต่อเนื่องมา7-8 ปี โดยปี 70 จะเป็นปีที่ จีดีซีซี ขยายบทบาทจากระบบให้บริการคลาวด์ของหน่วยงานรัฐ ไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์กลางระดับประเทศ โดย จะไม่ใช่แค่บริการของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่จะเป็นระบบกลางที่ทำให้รัฐเห็นภาพรวมการใช้คลาวด์ของประเทศ แม้บางหน่วยงานไม่ได้อยู่บนจีดีซีซี ก็ต้องเชื่อมโยงข้อมูลและมีมาตรฐานเดียวกัน เพื่อยกระดับความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลประชาชน” 

นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า  สำหรับงบประมาณ จีดีซีซี ปี 70  แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ งบโครงการต่อเนื่อง 4,204 ล้านบาท เพื่อรองรับการให้บริการหน่วยงานเดิมที่ใช้งานอยู่แล้ว และงบใหม่อีก 776 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบบูรณาการที่สำนักงบประมาณจัดสรรให้ สดช. ดำเนินการแทนหน่วยงานรัฐไปจัดซื้อคลาวด์แยกกันเอง หลังมีคำของบประมาณด้านคลาวด์จากหน่วยงานต่างๆ รวมกว่า 2,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม สำนักงบประมาณได้พิจารณาตัดลดและรวมงบดังกล่าวมาไว้ที่ สดช. เพื่อบริหารจัดการผ่านจีดีซีซี แทน

“การรวมศูนย์การจัดซื้อและบริหารคลาวด์ภาครัฐผ่าน จีดีซีซี ได้ช่วยลดงบประมาณได้อย่างน้อย 30% เมื่อเทียบกับการที่แต่ละหน่วยงานจัดซื้อแยกกันเอง ขณะเดียวกันยังช่วยให้รัฐบริหารทรัพยากรคลาวด์ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยหากหน่วยงานได้รับจัดสรรทรัพยากรแล้วไม่ใช้งานตามกรอบเวลาที่กำหนด เช่น ภายใน 3 เดือน หรือมีปริมาณการใช้งานจริงต่ำกว่าที่ขอไว้ สดช. สามารถเรียกคืนและนำไปจัดสรรให้หน่วยงานอื่นที่มีความจำเป็นได้”

อย่างไรก็ตาม ยังมีบางกรณีที่หน่วยงานสามารถใช้งบประมาณจัดซื้อคลาวด์เองได้ เช่น โครงการที่ จีดีซีซี ยังไม่สามารถให้บริการได้ โครงการด้านความมั่นคง โครงการขนาดใหญ่ที่มีการดำเนินงานต่อเนื่องอยู่แล้ว หรือระบบที่มีต้นทุนและความซับซ้อนสูงในการย้ายเข้าสู่คลาวด์กลาง เช่น โครงการของกระทรวงการคลัง หรือระบบขนาดใหญ่ของกระทรวงสาธารณสุข ฯลฯ