ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ พร้อมด้วย นางสาววัชรีวรรณ กันเดช รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ นางวิบูลผล พร้อมมูล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดชลบุรี และคณะ เดินทางเยือน สำนักงานเทศบาลเมืองอิสุโนะคุนิ จังหวัดชิซูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเข้าพบและหารือกับนายกเทศมนตรีเมืองอิสุโนะคุนิ แลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาเมืองที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของประชาชน การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาเกษตรอินทรีย์ และการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และมูลนิธิ MOA
ในการหารือครั้งนี้ เทศบาลเมืองอิสุโนะคุนิได้นำเสนอข้อมูลศักยภาพของเมือง ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2548 จากการควบรวม 3 เมือง ได้แก่ เมืองอิสุโนะคุนิ เมืองนิรายามะ และเมืองโอฮิโตะ มีประชากร 45,282 คน ครอบคลุมพื้นที่ 94.62 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของคาบสมุทรอิซุ ห่างจากกรุงโตเกียวไม่ถึง 100 กิโลเมตร สามารถเดินทางได้ภายในประมาณ 2 ชั่วโมง อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และการเกษตรคุณภาพสูงของจังหวัดชิซูโอกะ
เทศบาลยังได้ถ่ายทอดแนวทางการพัฒนาเมืองด้วย “ระบบหมุนเวียนอาหารและเกษตรที่ยั่งยืน (Green Food System)” ซึ่งบูรณาการการทำงานของภาครัฐ เกษตรกร ภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา และประชาชน ตั้งแต่กระบวนการผลิต การแปรรูป การตลาด จนถึงการบริโภค เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเมืองอิสุโนะคุนิมีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมต่อการเกษตร สามารถผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพสูง อาทิ สตรอว์เบอร์รี่ มะเขือเทศเชอร์รี่ ส้มมิคัง ลูกพลับอามาโนะ แตงโม มันเทศ และปลาอายุ ซึ่งล้วนเป็นผลผลิตที่สร้างชื่อเสียงและรายได้ให้แก่ชุมชน
ระหว่างการพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น นายกเทศมนตรีเมืองอิสุโนะคุนิ ได้กล่าวชื่นชมบทบาทของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ที่เป็นหน่วยงานส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างครอบคลุม สามารถเข้าถึงประชาชนทุกช่วงวัย ทั้งด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะอาชีพ การส่งเสริมสุขภาวะ และการพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะการมีบุคลากรประจำพื้นที่ที่สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ไปถึงประชาชนในระดับชุมชนได้อย่างใกล้ชิด พร้อมกล่าวว่า ประเทศญี่ปุ่นควรมีหน่วยงานในลักษณะเดียวกับกรมส่งเสริมการเรียนรู้ของประเทศไทย เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่มีประโยชน์ในหลากหลายมิติ และเข้าถึงประชาชนทุกช่วงวัยได้อย่างแท้จริง
ด้าน ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช กล่าวขอบคุณสำหรับคำชื่นชม พร้อมแลกเปลี่ยนว่า กรมส่งเสริมการเรียนรู้มีภารกิจสำคัญในการดูแลประชาชนทุกช่วงวัย โดยมุ่งนำองค์ความรู้และโอกาสทางการเรียนรู้ไปสู่ชุมชนผ่านเครือข่ายบุคลากรที่ปฏิบัติงานในระดับตำบลทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิต อยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างมีสุขภาวะที่ดี และมีความสุขอย่างยั่งยืน
อธิบดีกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้โลกจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล ซึ่งสอดคล้องกับ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ที่ทรงเน้นการพัฒนาบนพื้นฐานของความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตนเองและชุมชน พร้อมระบุว่า การศึกษาดูงานครั้งนี้ทำให้เห็นรูปธรรมของการสร้าง ระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ (Learning Ecosystem) ที่เชื่อมโยงคน ชุมชน ธรรมชาติ การศึกษา และการประกอบอาชีพเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะแนวคิดการสร้างป่า สร้างรายได้ การพัฒนาเกษตรอินทรีย์ และการเชื่อมโยงผลผลิตปลอดภัยเข้าสู่โครงการอาหารกลางวันของโรงเรียน ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ของ สกร. ได้อย่างเป็นรูปธรรม
จากนั้น คณะได้เดินทางศึกษาดูงานสวนผักคนเมืองซาโนะ เมืองมิชิมะ ซึ่งเป็นต้นแบบการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ภายใต้แนวคิด Smart Wellness Mishima (เมืองสุขภาวะอัจฉริยะ) ที่มุ่งพัฒนาเมืองให้ประชาชนมีสุขภาพดี มีความสุข มีเป้าหมายในการดำเนินชีวิต และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย ผ่านการส่งเสริมการผลิตและการบริโภคอาหารอินทรีย์ ควบคู่กับการสร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกช่วงวัย
สวนผักแห่งนี้ใช้ แนวทางเกษตรธรรมชาติของมูลนิธิ MOA เป็นหลักในการดำเนินงาน โดยให้ความสำคัญกับการเรียนรู้จากธรรมชาติ การฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน การเสริมสร้างระบบนิเวศ และการปลูกพืชด้วยความใส่ใจ ควบคู่กับการดำเนินงานตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ JAS (Japanese Agricultural Standards) ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากล Codex พร้อมจัดกิจกรรมอบรม ถ่ายทอดองค์ความรู้ และฝึกปฏิบัติจริง ทั้งด้านการปลูกข้าว พืชผัก การจัดการดิน การใช้เครื่องจักรกลการเกษตร และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เพื่อสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่และยกระดับองค์ความรู้ของประชาชน
จุดเด่นที่น่าสนใจของสวนผักคนเมืองซาโนะซาโนะ คือการเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ตั้งอยู่ติดกับหมู่บ้านที่มีประชาชนอาศัยอยู่จริง โดยประชาชนในชุมชนสามารถเช่าแปลงเกษตรเพื่อปลูกผักอินทรีย์สำหรับบริโภคในครัวเรือนหรือสร้างรายได้เสริม มีผู้เชี่ยวชาญประจำพื้นที่คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ทำให้สวนแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ผลิตอาหาร แต่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ การสร้างอาชีพ การสร้างสุขภาพ และการสร้างความสัมพันธ์ของคนในชุมชนผ่านกิจกรรมเกษตรธรรมชาติ
นอกจากนี้ สวนผักคนเมืองซาโนะ ยังจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ด้านอาหารปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดเทศกาลเกษตรอินทรีย์ การเปิดพื้นที่ให้ครอบครัวและเด็กได้เรียนรู้ผ่านการปลูกผักด้วยตนเอง รวมถึงการสร้างเครือข่ายผู้ผลิตและผู้บริโภคในชุมชน ซึ่งส่งผลให้ประชาชนหันมาบริโภคผักปลอดภัยมากขึ้น เด็กและครอบครัวรับประทานผักเพิ่มขึ้น ลดการสูญเสียอาหาร และเกิดการดูแลสุขภาพทั้งของตนเองและครอบครัว อันเป็นเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาเมืองสุขภาวะ
การศึกษาดูงานครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือภายหลังการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกรมส่งเสริมการเรียนรู้และมูลนิธิ MOA โดยองค์ความรู้และรูปแบบการดำเนินงานของเทศบาลเมืองอิสุโนะคุนิ และศูนย์เรียนรู้ธรรมชาติยามาดะกาวะ จะเป็นต้นแบบสำคัญที่ สกร. สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ของกรมทั่วประเทศ เพื่อสร้าง ระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ ที่เชื่อมโยงการศึกษา อาชีพ สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และชุมชนเข้าด้วยกัน ให้ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง พึ่งพาตนเอง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเป้าหมายการพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตของกรมส่งเสริมการเรียนรู้.



