เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) และเลขานุการคณะกรรมาธิการ ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. … หรือกฎหมายนิรโทษกรรม แถลงข่าวชี้แจงกรณีที่พรรคประชาชนออกมาพูดว่า กฎหมายนี้ล้างผิดคดีฮั้ว สว. ว่า วุฒิสภาไม่ได้มีการแก้ไขเนื้อหาเดิมที่ผ่านมาจากสภาผู้แทนราษฎรเลย
ส่วนที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน มักนำคำว่า “เยาวชน” มาบังหน้าเพื่อผลักดันการนิรโทษกรรม มาตรา 112 ทางวุฒิสภาจึงจำเป็นต้องเพิ่มข้อความในมาตรา 11 วรรคสอง เพื่อชี้ชัดว่า กฎหมายฉบับนี้จะ “ไม่นิรโทษกรรมให้ในทุกกรณีที่เกี่ยวกับมาตรา 112” เพื่อป้องกันไม่ให้สถาบันพระมหากษัตริย์ถูกนำมาผูกโยงกับความขัดแย้งทางการเมือง และไม่สร้างบรรทัดฐานใหม่ให้ลัทธิบางลัทธิไปหลอกใช้เยาวชน
“ฝ่ายนิติบัญญัติควรทราบดีอยู่แล้วว่า ตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มีมาตรการช่วยเหลือบำบัดฟื้นฟูเยาวชนที่กระทำความผิดในทุกคดีอยู่แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องใช้ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ผ่าน 2 ช่องทางหลัก คือ 1.มาตรา 90/1 (ชั้นสอบสวน/อัยการ) หากเยาวชนยอมรับผิด คณะกรรมการจะทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูและคุมประพฤติ โดยไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีอาญา 2.มาตรา 132 (ชั้นศาล) หากคดีถึงศาล ศาลมีอำนาจสั่งให้สถานพินิจฯ จัดทำแผนฟื้นฟูทดแทนการลงโทษจำคุก และหากปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วน ศาลจะสั่งจำหน่ายคดี ทำให้เยาวชนไม่มีประวัติอาชญากรรมติดตัว
กฎหมายปกติเปิดโอกาสให้กลับตัวกลับใจอยู่แล้ว แต่หัวหน้าพรรคประชาชนกลับบอกว่าไม่มีทางออก พยายามเปลี่ยนแพ็กเกจจิ้งใหม่แต่เนื้อหาเดิม อ้างว่าปกป้องเยาวชนแต่กลับปล่อยให้เยาวชนหนีคดีและลอยแพความรับผิดชอบ” นายพิสิษฐ์ กล่าว
โฆษกวิปวุฒิสภา กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นสุดท้ายที่พรรคประชาชนอ้างว่า การปิดช่องนิรโทษกรรม มาตรา 112 เป็นการตัดอนาคตเยาวชน โดยเฉพาะกลุ่มที่โพสต์ข้อความโดยไม่มีเจตนานั้น มีความพยายามจากผู้ใหญ่บางกลุ่มไปปลุกปั่นให้เกิดการลบหลู่สถาบันผ่านเฟคนิวส์ วุฒิสภาไม่ได้ต้องการตัดอนาคตของเยาวชน แต่ต้องการ “ตัดไฟแต่ต้นลม” ไม่ให้ใครใช้เยาวชนเป็นเครื่องมือทำลายชาติและสถาบัน รวมถึงเป็นบันไดทางการเมือง จึงขอเรียกร้องให้หยุดบิดเบือนข้อเท็จจริง และหยุดพฤติกรรมแบบ “ลัทธิส้ม” ที่ไม่เน้นข้อกฎหมาย แต่เน้นยอดไลก์ ยอดแชร์ โพสต์สะใจแล้วลบ อ้างเป็นคนรุ่นใหม่แต่ยังยึดติดอยู่กับอดีตปี 2475
“ผมสงสารน้อง ๆ ที่ไม่ได้เข้าใจบริบทที่แท้จริง แล้วไปยกย่องฮีโร่แบบผิด ๆ ฮีโร่แบบไหนที่หนีคดีความ และไม่รับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองทำ วุฒิสภาไม่ได้ต้องการตัดอนาคตเยาวชน แต่เราปฏิเสธที่จะให้ใครใช้เยาวชนเป็นเครื่องมือทำลายสถาบันหลักของชาติ และใช้เป็นบันไดทางการเมือง เราจำเป็นต้องตัดไฟแต่ต้นลม ดีกว่าปล่อยให้ไฟลามจนไหม้บ้านพังทั้งหลัง” นายพิสิษฐ์ กล่าว



