“บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเตรียมทัพนักกีฬาทีมชาติไทย ชุดเข้าร่วมศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ระหว่างวันที่ 19 ก.ย.-4 ต.ค.69 ที่เมืองนาโกยา จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ว่า การคัดเลือกนักกีฬาไปเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ กกท. มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน โดยยึดเกณฑ์ต้องผ่านควอลิฟายของแต่ละสหพันธ์กีฬาเป็นหลัก รวมถึงพิจารณาจากอันดับโลก เป็นสำคัญ และหวังผลได้ อีกทั้งต้องสามารถทำผลงานต่อยอดไปสู่โอลิมปิกเกมส์ 2028 ได้ด้วย หากผ่านเกณฑ์เหล่านี้ ก็จะได้สิทธิ์ไปแข่งขันอย่างไม่มีปัญหา ซึ่ง กกท. จะส่งนักกีฬาไปชิงชัยให้คุ้มค่ากับงบประมาณ

สำหรับทัพนักกีฬาไทย ที่ได้สิทธิ์ไปเข้าร่วมมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 หลังผ่านกำหนดส่งรายชื่อนักกีฬากับคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ มีจำนวนทั้งหมด 667 คน จาก 47 สมาคมกีฬา โดยมีฮอกกี้ทีมชาย เพิ่มเติมมาอีก 20 คนในภายหลัง หลังจากมีชาติถอนตัวจากรอบสุดท้ายแบบกะทันหัน ทำให้ได้เลื่อนอันดับขึ้นมา
ผู้ว่าการ กกท. กล่าวต่อว่า ในการเตรียมนักกีฬาทีมชาติไทยนั้น กกท. และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ได้ขับเคลื่อนและร่วมกันผลักดันให้มีการนำข้อมูลและสถิติที่มีการเก็บรวบรวมมาวิเคราะห์ ด้วยเทคโนโลยีระดับสูง หรืออาจจะบอกได้ว่ามีการใช้ AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ เข้ามาช่วยเป็นฐานข้อมูลในการดูจุดอ่อน จุดแข็ง ของนักกีฬาไทยและคู่แข่ง

“หลัก ๆ ของ AI ในการช่วยทัพไทยในตอนนี้ คือ เรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬา ซึ่ง กกท. ใช้ AI มาวิเคราะห์สมรรถภาพทางกาย ดูความพร้อมของนักกีฬา โดยมีการใช้ AI ในการรวบรวมข้อมูลคู่แข่ง เพื่อมาวิเคราะห์ หาจุดอ่อน จุดแข็ง สำหรับการเตรียมทีมสู้ศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 และเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 ที่ญี่ปุ่น ในเรื่อง AI ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้น แต่ในอนาคต กกท. มีแผนที่จะนำเทคโนโลยี AI แบบเข้มข้น เข้ามาใช้ในการเตรียมทีม เพื่อวิเคราะห์ทั้งนักกีฬาของเรา และคู่แข่งแบบเชิงลึก เต็มรูปแบบมากยิ่งขึ้นด้วย” บิ๊กก้อง กล่าว



