สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ว่า กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือออกแถลงการณ์ผ่านสำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) ว่าผู้นำองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) พยายามนำเสนอการใช้สิทธิอธิปไตยอันชอบธรรมของเกาหลีเหนือให้เป็นภัยคุกคาม ด้วยการเพิ่มงบประมาณด้านอาวุธ และกระชับความร่วมมือทางทหารกับประเทศพันธมิตรในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
ในการประชุมสุดยอดผู้นำนาโต ที่กรุงอังการาของตุรกี เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา มีการประกาศข้อตกลงด้านการจัดซื้อยุทโธปกรณ์และความร่วมมือทางอุตสาหกรรมด้านกลาโหม มูลค่ามากกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.66 ล้านล้านบาท) ท่ามกลางแรงกดดันจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่เรียกร้องให้พันธมิตรยุโรปรับภาระด้านกลาโหมของนาโตให้มากขึ้น
North Korea condemns NATO summit, says denuclearisation should start with US allies https://t.co/PLEcueXCWz
— The Straits Times (@straits_times) July 11, 2026
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ผู้นำเกาหลีใต้ ซึ่งเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วยในฐานะพันธมิตรนาโต แสดงความหวังที่จะขยายความร่วมมือกับประเทศสมาชิกนาโต ทั้งด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีล้ำสมัย รวมถึงการผลิตระบบอาวุธ
แถลงการณ์ของเกาหลีเหนือระบุด้วยว่า การประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า นาโตเป็นองค์กรที่มุ่งเน้นสงครามและการเผชิญหน้า โดยดำเนินนโยบายเพื่อผลประโยชน์ทางภูมิรัฐศาสตร์ของตนเอง โดยไม่คำนึงถึงสันติภาพและความมั่นคงของยุโรปและภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
นอกจากนี้ รัฐบาลเปียงยางย้ำว่า ความพยายามของชาติตะวันตก ในการผลักดันให้เกาหลีเหนือยกเลิกโครงการนิวเคลียร์นั้น “สิ้นสุดลงอย่างไม่อาจย้อนกลับได้” พร้อมระบุว่า หากจะมีการปลดอาวุธนิวเคลียร์ ควรเริ่มจากการจัดการกับสิ่งที่เกาหลีเหนือมองว่า เป็นความพยายามของเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ภายใต้การคุ้มครองของสหรัฐ รวมถึงข้อตกลงแบ่งปันอาวุธนิวเคลียร์ของสมาชิกนาโต.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



