เมื่อวันที่ 11 ก.ค. นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ติดตามสภาพร่องน้ำตื้นเขินบริเวณคลอง ร.1 อำเภอบางกล่ำ และคลองอู่ตะเภา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการดำเนินโครงการขุดลอกคลอง พร้อมติดตามสถานการณ์การระบายน้ำในพื้นที่ปลายน้ำ ซึ่งเป็นจุดรองรับน้ำจากคลอง ร.1 คลองอู่ตะเภา คลอง ร.3 แลละคลองสาขาจำนวนมาก ก่อนระบายลงสู่ทะเลสาบสงขลา

นายสรรเพชญ กล่าวอีกว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการติดตามปัญหาน้ำท่วมภายหลังได้รับข้อสั่งการจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบูรณาการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยในส่วนของกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้เร่งดำเนินมาตรการในส่วนที่รับผิดชอบ ทั้งการขุดลอกคลอง การปรับปรุงทางระบายน้ำ และการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำในความรับผิดชอบของ จท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

จากการสำรวจเบื้องต้น พบว่า ร่องน้ำหลายช่วงเกิดการตื้นเขินจากการสะสมของตะกอนเป็นเวลานาน ประกอบกับภายหลังเกิดอุทกภัยใหญ่ในปีที่ผ่านมา ทำให้มีตะกอนสะสมเพิ่มขึ้นอย่างมาก หลายจุดมีความลึกของน้ำเพียง 30-50 เซนติเมตร ส่งผลให้การระบายน้ำจากพื้นที่หาดใหญ่ลงสู่ทะเลสาบสงขลา และอ่าวไทยเป็นไปอย่างล่าช้า จึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำอย่างเร่งด่วน โดยได้กำชับให้ จท. เร่งรัดการดำเนินโครงการขุดลอกคลอง ร.1 ระยะทาง 2,150 เมตร (กม.0+000-กม.2+150) และคลองอู่ตะเภา ระยะทาง 1,000 เมตร (กม.0+000-กม.1+000) โดยมีปริมาณขุดลอกโครงการละ 300,000 ลูกบาศก์เมตร

นายสรรเพชญ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ จท. ยังมีโครงการขุดลอกคลอง ร.3 ปริมาณขุดลอก 300,000 ลูกบาศก์เมตร จะดำเนินการควบคู่กับโครงการขุดลอกคลอง ร.1 และคลองอู่ตะเภา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และลดความเสี่ยงจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลาโดยรวม รวมถึงได้รับข้อเสนอจากผู้นำท้องถิ่นให้ จท. กรมชลประทาน และหน่วยงานด้านทรัพยากรธรรมชาติ บูรณาการร่วมกันในการบริหารจัดการพื้นที่ดินงอก และตะกอนที่สะสมกีดขวางทางน้ำ รวมทั้งพิจารณาแนวทางเปิดทางน้ำ ลดสิ่งกีดขวาง และปรับปรุงลำน้ำในจุดที่มีความคดเคี้ยว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในระยะยาว โดย จท. จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมร่วมกันภายในสัปดาห์หน้า เพื่อกำหนดแนวทางดำเนินงานให้เป็นรูปธรรม และเร่งรัดการแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ

นายสรรเพชญ กล่าวด้วยว่า การแก้ไขปัญหาอุทกภัยจำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และครอบคลุมทั้งระบบ ไม่ใช่เพียงการขุดลอกคลองเท่านั้น แต่ต้องวางแผนรองรับการกำจัดตะกอน การจัดหาพื้นที่ทิ้งดิน และการบำรุงรักษาร่องน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดความคุ้มค่าสูงสุด และป้องกันปัญหาน้ำท่วมได้อย่างยั่งยืน พร้อมกำชับให้ จท. เร่งรัดการดำเนินงานตามกรอบงบประมาณ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยยึดหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้ต่อไป.