ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ พระครูศรีวชิรสุธี วัดพระเชตุพนฯ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ มีนามว่า พระศรีวชิรธรรมสุธี ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. 2569 ประกาศ ณ วันที่ 11 ก.ค. 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน ส่งผลให้ พระศรีวชิรธรรมสุธี ติดทำเนียบเป็นพระราชาคณะ หรือ “เจ้าคุณ” ที่มีอายุน้อยเพียง 28 ปี เท่านั้น

พระศรีวชิรธรรมสุธี

อย่างไรก็ตามในประวัติศาสตร์คณะสงฆ์ไทย พบว่าสำหรับ “พระราชาคณะ” ที่มีอายุน้อยยังไม่ถึง 30 ปีนั้น พระศรีวชิรธรรมสุธี ไม่ใช่รูปแรก โดยก่อนหน้านี้ในอดีตมี “พระราชาคณะ” ที่มีอายุใกล้เคียงกับพระศรีวชิรธรรมสุธี มาแล้ว 2 รูปด้วยกัน  

โดย พระวัฒนวชิรเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาส ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ให้ข้อมูลในเรื่องดังกล่าวไว้ว่า 2 ปราชญ์ มหาวิทยาลัยสงฆ์ อดีตพระราชาคณะ วัย 28 ปี

อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ ขณะดำรงสมณเพศเป็น พระมหาบุญรอด สุชีโว ป.ธ.9 วัดกันมาตุยาราม ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญ ที่ “พระศรีวิสุทธิญาณ” เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2489 ขณะมีอายุ 28 ปี 10 เดือนเศษ

ศาสตราจารย์พิเศษจำนงค์ ทองประเสริฐ ขณะดำรงสมณเพศเป็น พระมหาจำนงค์ ชุตินฺธโร ป.ธ.9 วัดสระเกศ ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญ ที่ “พระกวีวรญาณ” เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2500 ขณะมีอายุ 28 ปี 7 เดือนเศษ

แม้ต่อมาทั้งสองท่านจะลาสิกขา แต่ยังคงอุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนา การศึกษา และวงวิชาการอย่างต่อเนื่อง สร้างผลงานอันทรงคุณค่า และมีส่วนสำคัญต่อการวางรากฐานมหาวิทยาลัยสงฆ์ไทย นับเป็นสองนักปราชญ์ ผู้เปลี่ยนรูปแบบของการรับใช้พระศาสนา แต่ไม่เคยเปลี่ยนอุดมการณ์ในการสร้างคุณูปการแก่พระพุทธศาสนาและการศึกษาคณะสงฆ์ไทย