เมื่อวันที่ 12 ก.ค. กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ พบหารือกับ นายติน หม่อง ซเว รมว.ต่างประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2569 เนื่องในโอกาสที่ฝ่ายเมียนมาเดินทางเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับเมียนมา โดยในการหารือดังกล่าว ทั้ง 2 ฝ่ายยืนยันความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและยาวนานในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน และหารือความร่วมมือระหว่างกันในด้านความมั่นคงชายแดน การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งมลพิษในแม่น้ำ รวมถึงความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ เพื่อส่งเสริมการค้าชายแดนและความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่าง 2 ประเทศ นอกจากนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายยังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปฏิสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับเมียนมา รวมถึงพัฒนาการเกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพและการปรองดองในเมียนมา

ขณะที่ในวันนี้ (12 ก.ค.) ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน กับ รมว.ต่างประเทศเมียนมา รวมถึงการหารืออย่างไม่เป็นทางการแบบขยายเรื่องเมียนมา ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ โดยนางมาเรีย เทเรซ่า พี. ลาซาโร่ รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ ทำหน้าที่ประธานการประชุม รวมทั้งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ ตลอดจนผู้แทนระดับรัฐมนตรีและผู้แทนระดับสูงจากประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ยกเว้นรมว.ต่างประเทศกัมพูชาที่ไม่ได้เดินทางมาร่วมงานนี้

สำหรับการประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา สร้างความเข้าใจร่วมกัน และหาแนวทางขับเคลื่อนฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อสนับสนุนการสร้างสันติภาพในเมียนมา

ทั้งนี้ ที่ประชุมตระหนักถึงความจำเป็นในการมีปฏิสัมพันธ์และการหารือโดยตรงระหว่างอาเซียนกับเมียนมา ซึ่งจะช่วยสร้างความไว้วางใจ ส่งเสริมความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ และสร้างสภาวะที่เอื้อต่อการที่เมียนมาจะกลับมามีส่วนร่วมกับอาเซียนอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยอาเซียนยังติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด และมีเป้าหมายร่วมกันในการสนับสนุนให้เมียนมาบรรลุสันติภาพและเสถียรภาพผ่านการหารือและการสร้างฉันทามติ

การประชุมครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการที่ต่อเนื่อง โดยอาเซียนจะเดินหน้าหารือแนวทางปฏิบัติในระยะต่อไป รวมทั้งในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 59 ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ เพื่อผลักดันความร่วมมือและความคืบหน้าในประเด็นเมียนมาอย่างเป็นรูปธรรม