beabadoobee (บีบาดูบี) ประกาศส่งอัลบั้มใหม่ของเธอที่หลายคนตั้งตาคอย Pylon ที่พร้อมให้สั่งจองล่วงหน้าและกดบันทึกอัลบั้มล่วงหน้าได้แล้วตอนนี้ ก่อนปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 กันยายน 2026 ภายใต้ Dirty Hit และ Interscope Records

อัลบั้มชุดที่ 4 ที่มีความโดดเด่นของ beabadoobee ซึ่งเป็นผลงานภาคต่อจากอัลบั้ม This Is How Tomorrow Moves ที่ขึ้นอันดับ 1 ในสหราชอาณาจักร ตั้งชื่อตามเสาไฟฟ้าแรงสูงที่ตั้งตระหง่านตามเส้นทางคมนาคมสายหลักทั่วโลก ด้วยโครงสร้างที่แข็งแกร่งแต่เรียวยาวนี้ ทำให้ Beatrice Laus (เบียทริช เลาส์) นึกถึงความผูกพันของเธอที่มีต่อเพื่อนๆ และครอบครัวที่บ้าน ในยามที่เธอต้องเผชิญกับความรู้สึกโดดเดี่ยวและตัดขาดจากโลกภายนอกระหว่างการทัวร์คอนเสิร์ตในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ชื่ออัลบั้มยังสามารถตีความได้ว่าเป็นการอ้างอิงถึงแนวดนตรีใหม่ของ Laus ที่เฉียบความและทรงพลัง – โดยคลื่นเสียงบิดเบี้ยวที่ซัดกระหน่ำและแตกกระจายไปทั่วทั้ง 14 เพลงในอัลบั้มนี้ สะท้อนถึงเสียงแตกพร่ารุนแรงที่คุณได้ยินเมื่อเดินอยู่ใต้สายไฟฟ้าแรงสูง เสาไฟฟ้าแรงสูงยังเป็นสัญลักษณ์ที่เหมาะกับอัลบั้มที่สะท้อนความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นซ้ำๆในช่วงวัยยี่สิบกลางๆ : ถ้าฉันต้องเป็นแบบนี้ไปตลอดล่ะ? ถ้าชีวิตเป็นเพียงแค่เสาไฟฟ้าต้นแล้วต้นเล่าบนถนนล่ะ?

ซิงเกิลแรกของอัลบั้มสามารถสตรีมฟังและอุดหนุนได้แล้ววันนี้ “Sun Has Set” แนะนำให้รู้จักกับ Pylon ในฐานะชุดเพลงที่เริ่มต้นจากบันทึกประจำวัน คำพูดที่ Laus คิดว่าเธอคงไม่มีวันพูดออกมาได้ “หลายเพลงในอัลบั้มนี้ คือสิ่งที่ฉันหวังว่าจะสามารถพูดให้ใครสักคนฟัง” เธอกล่าว “เพลงนี้มีมุมมองที่ค่อนข้างคับแคบ เหมือนว่า ฉันเกลียดคุณ คุณต้องอยู่ตรงนี้และคอยฟังว่าฉันเกลียดคุณมากแค่ไหน เพราะที่ผ่านมาเธอไม่เคยมีโอกาสได้พูดมันออกมา” ซิงเกิลนี้มาพร้อม มิวสิกวิดีโอที่ถ่ายทอดผ่านมุมมองของบุคคลที่หนึ่งอันน่าทึ่ง ซึ่งกำกับโดย Jake Erland คนรัก และผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานภาพกับ Bea มาอย่างยาวนาน

ในฐานะผู้ที่หลงใหลดนตรีร็อกบริสุทธิ์มาตลอดทั้งในแง่ของสิ่งที่ควรค่าแก่การหวงแหนและสิ่งที่สามารถหยิบมาเล่นสนุกได้ – Laus ได้ถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านี้ลงไปในบทเพลงที่มีกลิ่นอายของ classic grunge , midwest emo และ‘90s radio rock โดยเน้นไปที่เสียงดนตรีที่ทั้งดิบกว่าและตรงไปตรงมามากกว่าผลงานทุกชิ้นที่เธอเคยสร้างสรรค์มา เธอกล่าวว่า ดนตรีที่เธอรัก เป็นแรงบันดาลใจ ให้กับงานเพลงของเธอมาเสมอ ดังนั้นอัลบั้มชุดที่ 4 ของเธอ จึงย้อนกลับไปหาต้นกำเนิดของมันโดยตรง ศิลปินที่เป็นแรงบันดาลใจของ Beabadoobee หลายคนได้เข้ามามีส่วนร่วมในอัลบั้ม Pylon ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความชื่นชมและความเคารพที่ Laus ได้สั่งสมมาตลอดระยะเวลาการทำงานในวงการที่ค่อนข้างสั้นของเธอ

Hayley Williams ร่วมร้องในเพลง “Nothing to Prove” ซึ่งเป็นเพลงอินดี้ร็อกที่ทรงพลังและกินใจ เกี่ยวกับการทวงคืนความเข้มแข็งของตัวเองกลับมาจากกลุ่มเพื่อนกินที่หวังแต่ผลประโยชน์จากความสำเร็จของคุณ ในเพลงอารมณ์หม่นๆ “Powerlines” มีท่อนร้องจาก Brendan Yates นักร้องนำวง Turnstile ผู้มากความสามารถในการผสมผสานพลังเสียงเข้ากับอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้คุณยังได้พบกับผลงานจาก Evan Stephens Hall แห่ง Pinegrove , Chino Moreno แห่ง Deftones และ Shane Moran แห่ง Title Fight รวมถึงผลงานการผลิตจาก Matty Healy และ George Daniel จากวง The 1975 ซึ่งเป็นเพื่อนและผู้ร่วมงานมายาวนานของ Laus ในเพลง “Write Me A Letter” อีกด้วย

Beabadoobee เตรียมเปิดตัวเพลงในอัลบั้มนี้ในการทัวร์คอนเสิร์ตระดับอารีนาครั้งแรกของเธอ the Powerlines Tour ซึ่งถือเป็นการทัวร์คอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอ ที่เตรียมเดินสายในแถบอเมริกาเหนือ , สหราชอาณาจักร และยุโรป ช่วงฤดูใบไม้ร่วงถึงฤดูหนาวนี้ การทัวร์ Powerlines Tour พร้อมเปิดฉากในวันที่ 1 ตุลาคม นี้ ซึ่งจะแสดงในสถานที่สำคัญอย่าง Madison Square Garden , The Kia Forum , The O2 และอีกมากมาย (ติดตามตารางการทัวร์ทั้งหมดได้ที่ด้านล่าง) โดยการทัวร์ในสหรัฐอเมริกา , แคนาดา และสหราชอาณาจักร จะได้ Wisp เป็นศิลปินแสดงเป็นวงเปิด ขณะที่ Violet Grohl แสดงเปิดในฝรั่งเศส , เนเธอร์แลนด์ , เบลเยียม และ เยอรมนี

แฟนๆสามารถติดตามข่าวสารรอบโลกได้แล้ววันนี้ที่ www.dailynews.co.th และทุกแพลตฟอร์มของ Dailynews