เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ที่หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.)  เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานวันภาษาไทยแห่งชาติ พุทธศักราช 2569 ว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 13 ก.ค.2542 กำหนดให้วันที่ 29 ก.ค.ของทุกปีเป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงห่วงใยการใช้ภาษาไทย และเพื่อส่งเสริมให้คนไทยตระหนักถึงคุณค่า ความสำคัญ และร่วมกันอนุรักษ์ภาษาไทย สำหรับการจัดงานวันภาษาไทยแห่งชาติ ปี 2569 วธ.กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 24 ก.ค.ที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยมีกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ พิธีมอบเข็มและโล่เชิดชูเกียรติแก่ผู้ได้รับการยกย่องด้านภาษาไทย จำนวน 17 รางวัล การมอบรางวัลเพชรในเพลงแก่ผู้ใช้ภาษาไทยในบทเพลงไทยสากลและเพลงไทยลูกทุ่ง จำนวน 13 รางวัล การมอบรางวัลการประกวดคลิปการอ่านเพื่อส่งเสริมเด็กและเยาวชน จำนวน 8 รางวัล รวมทั้งการมอบเกียรติบัตรแก่ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยที่ส่งเสริมการใช้ภาษาไทย นอกจากนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการของผู้ได้รับรางวัลและการแสดงทางศิลปวัฒนธรรม เพื่อร่วมเผยแพร่คุณค่าและความงดงามของภาษาไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน

ด้าน นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากรจัดการประกวดเพลง “เพชรในเพลง” เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติปี2569 เพื่อยกย่องบุคคลในวงการเพลงที่มีผลงานดีเด่นด้านภาษาไทย โดยผลการประกวด มีทั้งสิ้น 13 รางวัล ได้แก่

1.รางวัลการประพันธ์เพลงดีเด่นด้านภาษาไทย จำนวน 4 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ ผู้ประพันธ์คำร้องเพลงไทยสากล ได้แก่ นายกฤตศิลป์ ฉลองขวัญ จากเพลง “อโยธยา” รางวัลรองชนะเลิศ ผู้ประพันธ์คำร้องเพลงไทยสากล ได้แก่ นายชัยรัตน์ วงศ์เกียรติ์ขจร จากเพลง “มนต์เพลงไทยสากล” รางวัลชนะเลิศ ผู้ประพันธ์คำร้องเพลงไทยลูกทุ่ง ได้แก่ นายชิติพัทธ์ สุขพร้อม (พร พระพิราพ) จากเพลง “คนไทยหัวใจลูกทุ่ง” รางวัลรองชนะเลิศ ผู้ประพันธ์คำร้องเพลงไทยลูกทุ่ง ได้แก่ นายจารุพันธ์ ศรีม่วงกลาง จากเพลง “ฟ้ายามแลง”

2.รางวัลการขับร้องเพลงดีเด่นด้านภาษาไทย จำนวน 8 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ ผู้ขับร้องเพลงไทยสากลชาย ได้แก่ นายทชภณ พลกองเส็ง (พลพล) จากเพลง “ไร้น้ำหนัก” รางวัลรองชนะเลิศ ผู้ขับร้องเพลงไทยสากลชาย ได้แก่ นายรัชเมศฐ์ สุวโชคพิบูลย์ (เล็ก รัชเมศฐ์) จากเพลง “อบอวล” รางวัลชนะเลิศ ผู้ขับร้องเพลงไทยสากลหญิง ได้แก่ น.ส.สรวีย์ ธนพูนหิรัญ (ผิงผิง) จากเพลง “อโยธยา” รางวัลรองชนะเลิศ ผู้ขับร้องเพลงไทยสากลหญิง ได้แก่ เรืออากาศโทหญิง กัลยรัตน์ กรสุทธินันท์ จากเพลง “วสันต์แทงโก้” รางวัลชนะเลิศ ผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งชาย ได้แก่ นายอนันต์ อาศัยไพรพนา (นัน อนันต์) จากเพลง “ใครคือคนที่ใช่ของเธอ” รางวัลรองชนะเลิศ ผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งชาย ได้แก่ นายพร้อมพงษ์ วงษ์อินตา (เบียร์ พร้อมพงษ์) จากเพลง “เจ้านางเอย” รางวัลชนะเลิศ ผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งหญิง ได้แก่ น.ส.พิชญา ยอดแสง (เต็นท์ พิชญา) จากเพลง “คนไทยหัวใจลูกทุ่ง” รางวัลรองชนะเลิศ ผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งหญิง ได้แก่ นางสาวพริมาภา เอื้อสลุง (พีช วรรณภา) จากเพลง “รับจบที่ลพบุรี”

3.รางวัลเชิดชูเกียรติพิเศษ จำนวน 1 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลเชิดชูเกียรติ ศิลปินและครูจิตอาสาเสริมสร้างทักษะชีวิตแก่เด็กพิเศษและเด็กด้อยโอกาสด้วยศิลปะบทเพลงและดนตรี ได้แก่ นายชนะ เสวิกุล (ครูนัท)

ขณะที่ นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กล่าวว่า ปี 2569 สวธ. โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้คัดเลือกบุคคลผู้ผดุง สร้างสรรค์ และถ่ายทอดการใช้ภาษาไทยเป็นที่ประจักษ์อย่างกว้างขวาง ผู้มีผลงานด้านการสร้างสรรค์การใช้ภาษาไทยหรือภาษาไทยถิ่นได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนบุคคลหรือองค์กรที่มีบทบาทในการส่งเสริม สนับสนุน ศึกษา และสร้างคุณประโยชน์ต่อวงการภาษาไทยหรือภาษาไทยถิ่นอย่างต่อเนื่อง และเป็นที่ประจักษ์ โดยคณะกรรมการได้พิจารณาคัดเลือกบุคคลและองค์กร เพื่อรับเข็มและโล่เชิดชูเกียรติด้านภาษาไทย แบ่งเป็น 4 ประเภท รวมจำนวน 17 รางวัล ดังนี้

1.ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย จำนวน 2 ราย ได้แก่ รศ.เสาวณิต วิงวอน และรศ.ทรงศักดิ์ ปรางค์วัฒนากุล

2.ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น จำนวน 6 ราย ได้แก่ นางกัญญาภัทร เพชรรัตน์, น.ส.นวนันท์ บำรุงพฤกษ์, ผศ.พงษ์ศิลป์ บุณยะนิวาศ, รศ.นพ.วีรพงศ์ วัฒนาวนิช, น.ส.สายสวรรค์ ขยันยิ่ง และนางอุปถัมภ์ จันทรสกุนต์

3. ผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่น จำนวน 5 ราย ได้แก่ นายกวีวัธน์ เมฆแสน, นายจบ แก้วทิพย์, ผศ.ตุลาภรณ์ แสนปรน, นายนรานันทน์ จันทร์แก้ว และพระมหาอธิวัฒน์ ภทฺรกวี

4.ผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทย จำนวน 4 ราย ได้แก่ พญ.เสียงพิณ เตมียสถิต, ศ.ฟอลเกอร์ กราบอฟสกี้, พระวชิรปัญญากร และนายสุวัฒน์ ไวจรรยา