เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวถึงปัญหาการล่วงละเมิดระหว่างครูและนักเรียนในหลายพื้นที่ ว่า มีทั้งคนดี และคนไม่ดี ซึ่งช่วงนี้อาจมีจำนวนมาก โดยในทุกกรณี มีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง รวมถึงการพักใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งเมื่อวันที่ 13 ก.ค.ได้มีโอกาสพูดคุยกับเลขาธิการคุรุสภา เพื่อดำเนินการยึดใบอนุญาตถาวร
เมื่อถามว่า หลายคนมองว่าขณะนี้โรงเรียนไม่ใช่ที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก นายอัครนันท์ กล่าวว่า ขออภัย โดยในยุคปัจจุบันโซเชียลมีความใกล้ชิดกับคนมากขึ้น ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการ มีศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ ที่จะมีการเปิดตัวในเดือน ก.ย.นี้ ก่อนลงพื้นที่สร้างความเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่ของศูนย์ ซึ่งเชื่อได้ว่า น่าจะมีการส่งเรื่องร้องเรียนมาจำนวนมากขึ้น และทางกระทรวงเร่งดำเนินการแก้ พร้อมกับยังระบุอีกว่า หากศูนย์นี้เดินหน้า ก็จะเกิดความโปร่งใสในการตรวจสอบและแก้ปัญหา ดังนั้นวันนี้ในหลายๆ กรณีมีความพยายามติดต่อผ่านอินฟลูเอนเซอร์ หรือบุคคลที่มีชื่อเสียง แต่ยืนยันปัจจุบัน ยังไม่มีการร้องผ่านกระบวนการของกระทรวงศึกษาธิการ
เมื่อถามว่า ปัจจุบันผู้เสียหายหันไปพึ่งหน่วยงานอื่นที่ไม่ใช่ภาครัฐ นายอัครนันท์ กล่าวว่า ตนเข้าใจ ต้องยอมรับว่า ในอดีตเมื่อเกิดปัญหาในโรงเรียน ผู้อำนวยการไม่อยากเปิดเผย และพยายามจัดการปัญหากันภายใน ซึ่งตนมองว่า ไม่เกิดการแก้ไขปัญหาและมองว่าการพูดคุยเพื่อแก้ปัญหาเพื่อหาทางออกเป็นเรื่องที่ดี พร้อมกล่าวว่า ทางกระทรวงศึกษาธิการพยายามที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ และไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย แต่จะต้องทำอย่างไรให้การบังคับใช้กฎหมาย และใช้บังคับการเข้มข้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
เมื่อถามว่า จะมีการปกป้องผู้เสียหายที่แจ้งเบาะแสเข้ามาอย่างไร นายอัครนันท์ กล่าวว่า เราใช้แอปพลิเคชันทราฟฟี่ฟองดูว์ ซึ่งเมื่อก่อนการแจ้งเนื้อหาบางเรื่องก็ไม่ได้มีการบริหารจัดการที่ดี เพราะส่งผลต่อเคพีไอของสถานศึกษานั้นในพื้นที่ ข้าราชการเองก็ต้องกระตือรือร้นในการทำงาน ซึ่งเรื่องที่แจ้งเข้ามาจะอยู่ในฐานข้อมูลโดยไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด



