วานนี้ (13 ก.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกระแสที่น่าเป็นกังวลเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์เพื่อโกงการสอบอย่างแนบเนียนในประเทศจีน โดยเฉพาะการสอบเข้าระดับอุดมศึกษา
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา นักศึกษาแซ่หลินรายหนึ่งถูกจับกุมฐานทุจริตการสอบ ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แห่งจีนตอนใต้ ในเมืองกวางโจว โดยหลังจากเริ่มทำข้อสอบไปได้เพียงประมาณ 10 นาที กรรมการคุมสอบสังเกตเห็นว่าเลนส์แว่นตาของหลินเปลี่ยนเป็นสีเขียวครู่หนึ่ง จึงสั่งให้เขาถอดแว่นตาออกเพื่อตรวจสอบ ซึ่งในเวลาต่อมานักศึกษารายนี้ได้ยอมรับสารภาพว่า ตนสวม “แว่นตาเอไอ” เพื่อใช้ในการโกงสอบจริง
สำนักข่าว ไชนา นิวส์ วีกลี รายงานเพิ่มเติมว่า แว่นตาที่หลินสวมใส่คือแว่นตาอัจฉริยะยี่ห้อ ‘เล่อฉี’ ซึ่งเป็นรุ่นที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว โดยมีจุดเด่นด้านความล้ำสมัยจากการรวมโมเดลปัญญาประดิษฐ์ยักษ์ใหญ่ระดับแนวหน้าของจีนไว้ถึง 4 โมเดล ได้แก่ ดีปซีก, ทงอี้ เชียนเวิ่น, จื้อผู่ และโต้วเปา คุณสมบัติเด่นของแว่นตารุ่นนี้คือความสามารถในการค้นหาโจทย์จากภาพถ่ายและคำนวณแก้โจทย์ปัญหาต่าง ๆ ทำให้นักศึกษาที่คิดทุจริตสามารถค้นหาคำตอบได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องใช้คำสั่งเสียงให้เป็นที่สงสัย
ในการใช้งานจริง หลินเพียงแค่สัมผัสที่ขาแว่นบริเวณใกล้ขมับเพื่อสั่งถ่ายภาพกระดาษคำถามและรอให้ระบบส่งคำตอบกลับมา แม้ว่าเขาจะพยายามใช้นิ้วบังไฟสัญญาณแอลอีดีบนกรอบแว่นที่จะสว่างขึ้นทุกครั้งเมื่อกดถ่ายภาพแล้วก็ตาม แต่เขากลับไม่ได้คำนึงถึงข้อเท็จจริงที่ว่าแสงสีเขียวของตัวระบบสามารถมองเห็นสะท้อนผ่านเลนส์แว่นตาออกมาได้เมื่อมองจากบางมุม

หลังจากเรื่องราวของหลินกลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์ แทนที่จะเกิดกระแสต่อต้านการใช้อุปกรณ์เอไอโกงข้อสอบ นักศึกษาคนอื่น ๆ กลับเข้าไปแสดงความคิดเห็นชื่นชมแว่นตาเอไอดังกล่าวในสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมทั้งแนะนำว่าแสงสีเขียวที่สะท้อนบนเลนส์นั้นสามารถพรางตาได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ใช้สติกเกอร์บังแดดราคาถูกมาติดทับ
นอกจากนี้ จากการสำรวจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ยังพบว่า มีโฆษณาประกาศให้เช่าแว่นตา AI สำหรับนักศึกษาเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคิดค่าเช่าเริ่มต้นเพียง 200 หยวน (ราว 960 บาท) และผู้ค้าบางรายยังใจดีจัดทำคู่มือแนะนำแบบละเอียดเพื่อสอนวิธีตั้งค่าแว่นตาให้อยู่ในโหมดปิดเสียงและโหมดลดความสว่างต่ำสุดเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบอีกด้วย
เหตุการณ์ทุจริตในลักษณะเดียวกันนี้เพิ่งเกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยหลายแห่งในมณฑลหูเป่ย์ เหอหนาน ปักกิ่ง และภูมิภาคอื่น ๆ ของจีน โดยศาสตราจารย์รายหนึ่งยอมรับว่า ในปัจจุบันกรรมการคุมสอบแทบจะไม่มีความพร้อมหรือมาตรการรองรับในการรับมือแว่นตาปัญญาประดิษฐ์เหล่านี้เลย โดยจนถึงตอนนี้ วิธีการเดียวที่พอจะทำได้คือการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบผู้ที่สวมแว่นตากรอบหนาเป็นพิเศษเท่านั้น
ทางด้าน หลินเช่อ ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ผู้เชี่ยวชาญด้านแว่นตาอัจฉริยะ ได้ออกโรงแจ้งเตือนถึงอนาคตของเทคโนโลยีนี้ว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ แว่นตาที่ขับเคลื่อนด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์จะได้รับการพัฒนาจนแทบแยกไม่ออกจากแว่นตาทั่วไป ซึ่งสิ่งนี้จะยิ่งทำให้การทำงานของกรรมการคุมสอบทวีความยากลำบากและท้าทายมากยิ่งขึ้นไปอีก
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : odditycentral.com
เครดิตภาพ : YouTube / CGTN



