สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบนทรูธ โซเชียล ว่า “ไม่มีการขายบอมบาเดียร์ในสหรัฐอีกต่อไป” พร้อมวิจารณ์ว่า ผลิตภัณฑ์ของบริษัท “ดีไม่พอ” และระบุว่า หากบอมบาเดียร์ ต้องการเข้าถึงตลาดสหรัฐ บริษัทต้องผลิตสินค้าในสหรัฐเท่านั้น และเลิกปฏิบัติต่ออเมริกาเหมือนเป็น “กระปุกออมสิน”
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางข้อพิพาททางการค้าที่ทวีความตึงเครียด ระหว่างสหรัฐกับแคนาดา โดยแคนาดาเตรียมใช้มาตรการภาษีตอบโต้สินค้านำเข้าจากสหรัฐ ระลอกใหม่ ในวันที่ 8 ก.ย.นี้
ขณะที่ทำเนียบขาวยังปฏิเสธให้ความเห็นอย่างเป็นทางการ ว่ารัฐบาลวอชิงตันจะบังคับใช้มาตรการดังกล่าวกับบอมบาเดียร์จรองหรือไม่ และอย่างไร โดยเฉพาะการสกัดกั้นการส่งมอบเครื่องบินบอมบาเดียร์ ที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ ( เอฟเอเอ ) แล้ว
ด้านนักวิเคราะห์อุตสาหกรรมการบินหลายคนมองว่า การดำเนินการให้เป็นจริงอาจทำได้ยาก เนื่องจากอากาศยานของบอมบาเดียร์ส่วนใหญ่ใช้เครื่องยนต์จากบริษัทของสหรัฐ และภาคการบินของทั้งสองประเทศมีห่วงโซ่อุปทานเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด
Trump: "NO MORE SELLING BOMBARDIER IN THE UNITED STATES! Their products aren’t good enough!" pic.twitter.com/ItBQU6ESTp
— The Post Millennial (@TPostMillennial) September 7, 2026
ปัจจุบัน บอมบาเดียร์มีพนักงานในสหรัฐราว 3,500 คน และมีซัพพลายเออร์ในประเทศประมาณ 2,800 ราย รวมถึงโรงงานและศูนย์บริการหลายแห่ง โดยบริษัทกำลังเพิ่มศูนย์บริการแห่งที่ 6 ในสหรัฐ และผลิตปีกสำหรับเครื่องบินรุ่นโกลบอล 8000 ที่รัฐเทกซัส
นอกจากนี้ บอมบาเดียร์ ยังมีธุรกิจด้านกลาโหมและโรงงานในรัฐแคนซัส และเครื่องบินราวครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 5,100 ลำที่ลูกค้าของบริษัทกำลังใช้งาน ประจำการอยู่ในสหรัฐ
ทั้งนี้ ทรัมป์เคยขู่ดำเนินมาตรการต่อบอมบาเดียร์มาแล้ว เมื่อเดือน ม.ค. ปีนี้ แต่ไม่มีการเรียกเก็บภาษีเครื่องบินจากแคนาดาในอัตรา 50% ตามที่ประกาศไว้แต่อย่างใด.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



