การจัดตั้ง “สถาบันอุดมศึกษาประจำจังหวัดน่าน” มีความคืบหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.2569 มีมติเห็นชอบในหลักการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาประจำจังหวัดน่านโดยการยกฐานะ “มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ล้านนา น่าน” ขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยแห่งใหม่เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมายุครบ 6 รอบ (72 พรรษา) ในวันที่ 2 เมษายน 2570 ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เสนอ

มหาวิทยาลัยแห่งใหม่จะทำหน้าที่สืบสานพระราชปณิธานกรมสมเด็จพระเทพฯ ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดน่านอย่างต่อเนื่องยาวนาน ทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุข วัฒนธรรมและสังคมโดยมุ่งหวังยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของชุมชนในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน ซึ่งที่ผ่านมา มทร.ล้านนา น่าน มีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชและทรัพยากรท้องถิ่นผ่านงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน เช่น การวิจัยและพัฒนาน้อยหน่าเครือและมันป่า การพัฒนาสายพันธุ์ปลาท้องถิ่น การส่งเสริมและวิจัยไก่พื้นเมือง

ดังนั้นสถาบันอุดมศึกษาประจำจังหวัดน่านจะถูกออกแบบให้เป็น “มหาวิทยาลัยนวัตกรรมต้นแบบ” ที่จัดการศึกษารูปแบบใหม่พร้อมกับทำหน้าที่เป็นเสาหลักทางปัญญา (Intellectual Pillar) รับใช้สังคม

มีลักษณะเด่น คือ 1.จัดการศึกษาในฐานะ “สถาบันอุดมศึกษาของสังคม (University of Society)” รองรับการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัยตลอดชีวิต (Lifelong Learning) 2.วางรากฐานด้านการวิจัย นวัตกรรม และบริการวิชาการแก่สังคม 3.ใช้ประโยชน์ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล 4.ทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมและ 5.บริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาลอย่างเต็มรูปแบบ (Good Governance) ตามยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนอุดมศึกษาไทยของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.)

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวง อว.เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาประจำจังหวัดน่าน ว่า สถาบันอุดมศึกษาประจำจังหวัดน่าน จะจัดการศึกษามุ่งเน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong learning) ทั้งระดับปริญญา (Degree) และระดับประกาศนียบัตร (Non-degree) ผ่าน 4 เสาหลักวิชาการ ประกอบด้วย 1.การจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ2.สุขภาวะองค์รวมและการท่องเที่ยวยั่งยืน 3.การแพทย์บูรณาการและพฤกษเภสัชและ 4.วนเกษตรบูรณาการเพื่อสุขภาวะเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของท้องถิ่นพร้อมเชื่อมโยงการพัฒนาไปสู่ระดับประเทศและนานาชาติ มีระบบการบริหารจัดการรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้และใช้กระบวนการเรียนรู้รูปแบบใหม่ มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Student Centered Learning) เพื่อเสริมสร้างทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 และร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำเพื่อมุ่งสู่การเป็นมหาวิทยาลัยนวัตกรรมต้นแบบชั้นนำของภูมิภาคอาเชียนที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ขณะเดียวกันจะมุ่งสร้างและพัฒนากำลังคนที่พร้อมสำหรับการประกอบอาชีพ ยกระดับวิชาชีพและขีดความสามารถในการแข่งขันของพื้นที่

ส่วนการจัดการหลักสูตรการเรียนการสอนจะเป็นการบูรณาการสหวิทยาการ/ข้ามศาสตร์ เรียนรู้เชิงประสบการณ์ทุกชั้นปี ขับเคลื่อนด้วย AI, สนับสนุนเป้าหมาย SDGs, ปริญญาตรีเรียนไม่เกิน 3 ปี, หลักสูตรลักษณะโมดูล (Module) และจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong learning) ครอบคลุมทุกช่วงวัยพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ โดยมีกำหนดเปิดปีการศึกษาและพร้อมรับนักศึกษาในปี พ.ศ. 2570

“สถาบันอุดมศึกษาประจำจังหวัดน่าน จะใช้พื้นที่เรียนรู้จริงทั่วจังหวัดน่านเป็นห้องเรียน จะใช้ป่าต้นน้ำ/ฟาร์มวนเกษตรสำหรับวิจัยด้าน Carbon Neutrality, พืชเศรษฐกิจ และนวัตกรรมรับมือ Climate Change ใช้โรงพยาบาลน่านสำหรับฝึกปฏิบัติพฤกษเภสัชและการแพทย์บูรณาการ/ป้องกันและใช้ศูนย์เรียนรู้ล้านนาตะวันออก สำหรับบ่มเพาะ SMEs ผ้าทอ และขับเคลื่อน Creative Economy โดยมีสถาบันอุดมศึกษาฯทำหน้าที่เป็นศูนย์กลาง”ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวและว่า

สถาบันอุดมศึกษาประจำจังหวัดน่านจะผลกระทบและประโยชน์ 5 มิติ คือ 1.ด้านอุดมศึกษา (Education Transformation) เป็นการยกระดับสู่มหาวิทยาลัยนวัตกรรมต้นแบบ พลิกโฉมเป็น Skill-based & Lifelong Learning และสร้างระบบคลังหน่วยกิต (Credit Bank) ระดับจังหวัด 2.ด้านสังคม (Social Equity) ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ยับยั้งสมองไหล ดึงดูดคนรุ่นใหม่กลับบ้าน และเพิ่มศักดิ์ศรีชุมชนท้องถิ่น 3.ด้านเศรษฐกิจ (BCG Economy Engine) ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ BCG นำทุนธรรมชาติ (ป่า สมุนไพร) มาสร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน และสร้าง S-Curve ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น 4.ด้านสิ่งแวดล้อม (Carbon Neutrality) แก้ปัญหาการเกษตรไร้ควันและหมอกควัน PM2.5 ฟื้นฟูป่าต้นน้ำสู่ Carbon Neutrality วิจัยนวัตกรรมดูแลระบบนิเวศและ 5.ด้านสุขภาวะ (Wellness & Longevity): รองรับสังคมสูงวัยด้วยการแพทย์เชิงป้องกัน ต่อยอดพฤกษเภสัชสู่พืชเศรษฐกิจ และส่งเสริม Wellness Tourism สร้างรายได้ที่ยั่งยืน

“หากโครงการนี้สำเร็จจะเป็นต้นแบบให้กับเครือข่ายมหาวิทยาลัยนวัตกรรมประจำจังหวัด เช่น แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา แพร่ ลำพูน อุตรดิตถ์หรือจังหวัดขนาดเล็กที่มีทรัพยากรธรรมชาติหรืออัตลักษณ์ที่เด่นชัดสามารถยกระดับต่อไปได้” ศ.ดร.ยศชนัน ระบุ