เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนกองคดีค้ามนุษย์ บูรณาการร่วมกับตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงราย และทางการ สปป.ลาว ลงพื้นที่เร่งด่วนเพื่อเข้าทำการช่วยเหลือผู้เสียหาย 3 ราย ที่ถูกนายหน้าหลอกลวงนำพาไปบังคับใช้แรงงาน ถูกข่มขู่บังคับ กักขังหน่วงเหนี่ยว ขาดอิสรภาพ และบังคับให้ใช้หนี้ โดยไม่สมัครใจ ที่อาคารเป่าอี้ เอ้อ ตัง เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว โดยการประสานงานอย่างต่อเนื่องตามขั้นตอนและพิธีการระหว่างประเทศ สามารถช่วยเหลือผู้เสียหายทั้งสามรายได้อย่างปลอดภัยและส่งตัวกลับประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 64 ที่จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพ 4 (เชียงของ-ห้วยทราย)

อธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า ภายหลังให้การช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจร่างกายผู้เสียหายทั้ง 3 ราย พบว่า มีผู้เสียหายติด Covid-19 จำนวน 1 ราย จึงได้ดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวังเชื้อ Covid-19 โดยนำตัวไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ ส่วนผู้เสียหาย จำนวน 2 ราย ผลการตรวจปกติ ได้นำไปกักตัวที่โรงแรมใน จ.เชียงราย ตามขั้นตอนคัดกรอง และจะดำเนินการคัดแยกผู้เสียหายจากการกระทำผิดค้ามนุษย์ร่วมกับสหวิชาชีพต่อไป ทั้งนี้การช่วยเหลือดังกล่าวสืบเนื่องจากดีเอสไอได้รับแจ้งจากมูลนิธิพิทักษ์สตรี (ALLiance Anti Trafic : AAT) ร้องขอให้เข้าช่วยเหลือหญิงไทย จำนวน 3 ราย ที่ถูกนายหน้าหลอกลวงนำพาไปบังคับใช้แรงงานที่ สปป.ลาว ซึ่งเป็นการกระทำในลักษณะที่เป็นเครือข่ายข้ามชาติทั้งภายในและนอกประเทศ อันอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 โดยดีเอสไอรับเป็นเรื่องสืบสวนที่ 268/2564

“กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อการชักชวนให้เดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศโดยผิดกฎหมายและอ้างว่ามีค่าตอบแทนสูง เพราะอาจตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์และถูกบังคับใช้แรงงานหรือบริการได้ หากประชาชนมีข้อมูลหรือเบาะแสเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ สามารถแจ้งมายัง กรมสอบสวนคดีพิเศษ เลขที่ 128 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร หรือโทรฯ สายด่วน DSI Call Center 1202 (โทรฯ ฟรีทั่วประเทศ) โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษจะเก็บรักษาข้อมูลผู้แจ้งเบาะแสไว้เป็นความลับ” อธิบดีดีเอสไอ กล่าว



