เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายศักดิ์สิทธิ์ บัลลัง อายุ 62 ปี เจ้าของบ้านสวนในพื้นที่หมู่ 11 ซอยเอราวัณ 4 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ว่า ถูกคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์ภายในบ้านมาแล้วถึง 4 ครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 300,000 บาท โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังเจ้าตัวออกจากบ้านไปเพียงไม่ถึง 20 นาที และกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าเป็นบ้านสวนเนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ อยู่ติดถนนภายในซอยเอราวัณ 4 ภายในมีบ้านชั้นเดียว 1 หลัง ล้อมรอบด้วยพื้นที่ปลูกพืชและระบบท่อน้ำสำหรับรดต้นไม้ ขณะที่บริเวณหน้าบ้าน นายศักดิ์สิทธิ์ พาผู้สื่อข่าวชี้จุดที่คนร้ายลงมือก่อเหตุ พร้อมระบุว่าทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปมีทั้งกล้องวงจรปิด ขอบอะลูมิเนียมกระจก เราเตอร์อินเทอร์เน็ต ก๊อกน้ำ สายยาง และสายไฟ

นายศักดิ์สิทธิ์ เปิดเผยว่า เช้าวันเกิดเหตุ เวลาประมาณ 09.45 น. ตนเดินทางมายังบ้านสวนเพราะทราบว่าจะมีการรังวัดที่ดินบริเวณใกล้เคียง โดยขณะนั้นอุปกรณ์ทุกอย่างยังอยู่ครบ และได้เดินตรวจพร้อมปิดไฟภายในบ้าน ก่อนจะออกไปบ้านอีกหลังในเวลาประมาณ 10.00 น.

กระทั่งช่วงเวลาประมาณ 18.00 น. เมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดผ่านโทรศัพท์มือถือ กลับพบว่ากล้องดับไปถึง 8 ตัว เหลือเพียงกล้องตัวเดียวภายในบ้านที่ยังทำงานได้ จึงเปิดดูย้อนหลังและพบภาพคนร้ายกำลังตัดสายไฟภายในบ้าน

จากภาพวงจรปิดพบว่า คนร้ายเป็นชาย สวมเสื้อลายสีส้ม-น้ำเงิน กางเกงขาสั้นสีดำ สวมหมวกกันน็อกครึ่งใบสีดำ และรองเท้าแตะสีดำ เข้ามาก่อเหตุเมื่อเวลา 10.57 น. ของวันที่ 16 ก.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่ตนเพิ่งออกจากบ้านไปไม่นาน

นายศักดิ์สิทธิ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้บ้านสวนของตนถูกลักทรัพย์มาแล้วรวม 4 ครั้ง แต่แจ้งความเพียงครั้งเดียว เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2569 ที่ สภ.คลองหลวง ซึ่งในวันดังกล่าวบ้านหลังท้ายซอยยังถูกคนร้ายวางยาสุนัขตายหลายตัว อย่างไรก็ตาม หลังจากแจ้งความแล้วคดีก็ไม่มีความคืบหน้า จึงไม่ได้เข้าแจ้งความในครั้งต่อ ๆ มา เพราะมองว่าไม่เกิดผลในการติดตามจับกุมคนร้าย

สำหรับการก่อเหตุครั้งแรก คนร้ายขโมยเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายรายการ ทั้งโทรทัศน์ ตู้เย็น หม้อหุงข้าว รวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้า หลอดไฟ ปลั๊กไฟ และยังงัดฝ้าเพดานเพื่อตัดเอาสายไฟไปด้วย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 100,000 บาท หลังจากนั้นจึงติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมเรื่อยมา จนมีทั้งหมด 9 ตัว แต่ล่าสุดถูกคนร้ายขโมยไปถึง 8 ตัว โดยเชื่อว่าคนร้ายศึกษามุมกล้องเป็นอย่างดี เพราะในการก่อเหตุครั้งแรกยังใช้วิธีจับกล้องเงยขึ้นเพื่อหลบการบันทึกภาพ

“ผมเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่มีภารกิจจำนวนมาก ไม่ได้โทษใคร และพยายามดูแลทรัพย์สินของตัวเองอย่างดีที่สุดแล้ว แต่ก็ยังถูกขโมยซ้ำแล้วซ้ำอีก จึงอยากฝากถึงเจ้าหน้าที่ช่วยติดตามจับกุมคนร้าย และฝากสื่อมวลชนช่วยเผยแพร่ข่าว เผื่อประชาชนที่พบเบาะแสจะช่วยแจ้งข้อมูลได้ ที่สำคัญอยากฝากถึงคนร้ายว่า ขอให้เห็นใจคนทำมาหากินบ้าง เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์หามาได้ไม่ง่าย” นายศักดิ์สิทธิ์ กล่าว.