สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ว่า สายการบินแอร์ไชน่า, ไชน่าอีสเทิร์นแอร์ไลน์ส และไชน่าเซาเทิร์นแอร์ไลน์ส ได้เตือนเมื่อวันอังคาร (14 ก.ค.) ว่า พวกเขาคาดว่าจะขาดทุนสุทธิรวมกันในครึ่งปีแรกสูงถึง 9,000 ล้านหยวน (ราว 44,679 ล้านบาท) ซึ่งพลิกผันอย่างมากจากกำไรในไตรมาสแรก ที่ได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่แข็งแกร่ง ในช่วงเทศกาลตรุษจีน

ผลขาดทุนดังกล่าวเน้นย้ำถึงภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ที่สายการบินจีนกำลังเผชิญอยู่ รวมถึงการขึ้นราคาค่าโดยสารเพื่อชดเชยต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะทำให้ความต้องการลดลงอีก ในขณะที่การรักษาราคาตั๋วให้ต่ำ ก็ทำให้สายการบินต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ในขณะเดียวกัน นายปารัช เจน หัวหน้าฝ่ายวิจัยด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ระดับโลกของเอชเอสบีซี กล่าวว่า ราคาตั๋วที่สูงขึ้นกำลังส่งผลกระทบต่อความต้องการ และผลักดันให้ผู้คนหันมาใช้รถไฟความเร็วสูงมากขึ้น สำหรับการเดินทางในระยะทางสั้น ๆ ขณะที่สภาพอากาศที่แปรปรวน และจำนวนเด็กวัยเรียนที่ลดลง ก็ส่งผลกระทบต่อความต้องการเดินทางในช่วงฤดูร้อนเช่นกัน

นักวิเคราะห์ของเอชเอสบีซีคาดการณ์ว่า สายการบินที่ใหญ่ที่สุด 3 แห่งของจีน จะขาดทุนรวมกันประมาณ 16,800 ล้านหยวน (ราว 83,409 ล้านบาท) ในปี 2569 เทียบกับความคาดหวังของตลาดในปัจจุบัน ที่คาดว่าจะได้กำไรรวมกัน 1,300 ล้านหยวน (ราว 6,454 ล้านบาท)

แตกต่างจากคู่แข่งในเอเชียหลายราย สายการบินของจีนมีการป้องกันความเสี่ยงด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิงน้อยมาก ทำให้พวกเขามีความเสี่ยงมากขึ้นต่อราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งเกิดจากความขัดแย้งในอิหร่าน แม้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินจะลดลงจากจุดสูงสุดในไตรมาสที่ 2 แต่ก็ยังคงสูงกว่าระดับก่อนสงครามประมาณ 50%.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS