นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางราง มีมติเห็นชอบเตรียมประกาศให้พื้นที่กรุงเทพฯ เป็นเขตเฝ้าระวังพิเศษ โดยห้ามขบวนรถสินค้าเดินรถในเขตกรุงเทพฯ ยกเว้นช่วงเวลา 22.00-04.00 น. และเส้นทางเข้าสู่สถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่องลาดกระบัง (ICD) ลาดกระบัง พร้อมจำกัดความเร็วสูงสุดไม่เกิน 30 กิโลเมตร (กม.) ต่อชั่วโมง (ชม.) และห้ามเดินรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่กรุงเทพฯ ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้จะมีการจัดทำเป็นร่างกฎกระทรวง เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบให้จัดตั้งคณะอนุกรรมการบูรณาการพัฒนาการท่องเที่ยวทางราง เพื่อประสานความร่วมมือระหว่างกระทรวงคมนาคม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มุ่งปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางรางภายใต้แนวคิดการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for All) ผลักดันการท่องเที่ยวทางรางให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาค และกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ขณะเดียวกันที่ประชุมยังเห็นชอบแผนพัฒนาระบบการขนส่งทางรางในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 เพื่อเป็นกรอบการพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าในระยะยาว มุ่งขยายโครงข่ายให้ครอบคลุม เชื่อมโยงการเดินทางอย่างไร้รอยต่อ หรือ Seamless Mobility และบูรณาการกับระบบขนส่งสาธารณะประเภทอื่น (Feeder) เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง แก้ปัญหาจราจร และรองรับการเติบโตของเมืองอย่างยั่งยืน

พร้อมกันนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบร่างกฎหมายลำดับรอง 6 ฉบับ ครอบคลุมหลักเกณฑ์การขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการ ซึ่งกำหนดให้ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องเป็นนิติบุคคล มีทุนจดทะเบียนเพียงพอ และใบอนุญาตมีอายุไม่เกิน 30 ปี รวมถึงการกำหนดประเภทรถขนส่งทางราง คุณสมบัติและมาตรฐานด้านวิศวกรรมและความปลอดภัยของรถ ตลอดจนคุณสมบัติของพนักงานขับรถ และพนักงานควบคุมรถ ทั้งด้านอายุ สุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต และทักษะวิชาชีพ

อย่างไรก็ตามได้เห็นชอบให้สามารถแสดงใบอนุญาตในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ ทั้งใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ และใบอนุญาตตัวรถขนส่งทางราง เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้โดยง่าย รวมถึงเพิ่มความมั่นใจให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ และการให้ผู้ประกอบกิจการต้องจัดทำประกันความเสียหายให้มีความคุ้มครองตลอดอายุใบอนุญาต โดยพิจารณาวงเงินขั้นต่ำตามประเภทใบอนุญาต และมูลค่าโครงการ เพื่อให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของกิจการ และสร้างความมั่นใจแก่ผู้ใช้บริการและประชาชน

ขณะเดียวกันรถขนส่งทางรางทุกประเภทต้องผ่านการจดทะเบียน มีโครงสร้างมั่นคง แข็งแรง ปลอดภัย ติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยครบถ้วน และจัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสมสำหรับผู้ทุพพลภาพ ผู้สูงอายุ และรถเข็นคนพิการ ส่วนพนักงานขับรถและพนักงานควบคุมรถต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย การประเมินสุขภาพจิต ต้องไม่เป็นผู้ติดสารเสพติดให้โทษ และผ่านการทดสอบทักษะวิชาชีพตามมาตรฐาน.



