สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ว่า การเปิดสะพานระหว่างประเทศ “กอร์ดี ฮาว” ที่ล่าช้า เพิ่มความตึงเครียดและก่อให้เกิดต้นทุนทางเศรษฐกิจสำหรับทั้งสหรัฐและแคนาดา ในช่วงเวลาที่สองประเทศเพื่อนบ้านพยายามจัดทำข้อตกลงการค้าฉบับแก้ไข
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า เขาบรรลุ “ข้อตกลงที่ดีกว่ามาก” เพื่อให้สหรัฐอนุญาตเปิดสะพานกอร์ดี ฮาว ซึ่งมีกำหนดการในวันที่ 27 ก.ค. นี้ ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองวิพากษ์วิจารณ์คาร์นีย์ที่ยอมอ่อนข้อให้สหรัฐ หลังเจ้าหน้าที่อเมริกันกล่าวว่า พวกเขาได้รับรายได้มหาศาล จากที่ไม่มีรายได้เลย
อย่างไรก็ตาม คาร์นีย์กล่าวในการแถลงข่าวว่า ข้อตกลงพื้นฐานกับรัฐมิชิแกน เกี่ยวกับสะพานกอร์ดี ฮาว ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากปี 2555 เมื่อแคนาดาตกลงที่จะออกค่าใช้จ่ายในการสร้างสะพานก่อน ซึ่งตามข้อตกลงข้างต้น แคนาดามีสิทธิเก็บผลกำไรจากค่าผ่านทางทั้งหมด จนกว่าจะได้รับเงินคืนจากค่าใช้จ่ายในการลงทุนโครงการสะพานกอร์ดี ฮาว
“การแบ่งรายได้จากค่าผ่านทางจะไม่เกิดขึ้น จนกว่าจะชำระหนี้ทั้งหมด” คาร์นีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แคนาดาจะแบ่งรายได้สุทธิกับสหรัฐในช่วง 15 ปีแรก หลังหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน รวมถึงการบำรุงรักษา และการเก็บกวาดหิมะ
แม้รายละเอียดของข้อตกลงระหว่างแคนาดากับสหรัฐ ยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ แต่แหล่งข่าวสองรายระบุว่า ทั้งสองประเทศบรรลุข้อตกลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยสหรัฐจะได้รับส่วนแบ่งกำไรจากค่าผ่านทาง 50% และจะสามารถใช้สิทธิคัดค้านการปรับขึ้นค่าผ่านทางที่สูงกว่าอัตราปัจจุบัน 10%.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



