เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 17 ก.ค. 69 ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติเอกฉันท์ ว่า นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. มีลักษณะต้องห้าม ว่า ตำแหน่งประธาน กสทช. เป็นตำแหน่งโปรดเกล้าฯ หลังจากนี้ไปเมื่อกรรมการสรรหาได้พิจารณาแล้วว่า นพ.สรณ มีคุณสมบัติที่ไม่ครบถ้วนในการเป็นประธาน กสทช. หน้าที่ต่อไปคือนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้องนำเรื่องนี้ทูลเกล้าฯ เพื่อให้มีการโปรดเกล้าฯ ถอดถอนประธาน กสทช. ลงมาอย่างเร็วที่สุด ตาม พ.ร.บ.กสทช. มาตรา 20 ที่ได้ระบุไว้ว่า หากมีกรรมการ กสทช. คนใดขาดคุณสมบัติจะต้องมีการโปรดเกล้าฯ ถอดถอนทันที
และทางสำนักงาน กสทช. ต้องทำหนังสือเข้ามาภายใน 15 วัน ไปยังวุฒิสภาให้มีการสรรหาใหม่โดยเร็วที่สุด หวังว่าหลังจากนี้ประธาน กสทช. ซึ่งประชาชนเริ่มรับรู้แล้วว่ามีความสำคัญกับประโยชน์สาธารณะอย่างไร ตนคิดว่าหลังจากนี้ประธาน กสทช. คนใหม่ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง ก็น่าจะได้รับการตรวจสอบจากสาธารณะมากขึ้น กมธ. จะรอดูวันที่ 20 ก.ค. ให้นายกรัฐมนตรีกลับมาจากการเยือนประเทศจีน ว่ามีแอ๊คชั่นต่อเรื่องนี้อย่างไร หากยังนิ่งอยู่ ทาง กมธ. จะทำหนังสือเข้าไปตามความเห็นส่งนายกรัฐมนตรี และในเมื่อกรรมการสรรหามีมติออกมาแบบนี้แล้ว นายกรัฐมนตรีจำเป็นต้องทูลเกล้าฯ เพื่อให้มีการถอดถอนออกมาเร็วที่สุด
เมื่อถามว่า มองว่า นพ.สรณ ต้องรับผิดชอบย้อนหลังหรือไม่ น.ส.ภคมน กล่าวว่า ต้องดูว่ารับผิดชอบย้อนหลังต่อเรื่องอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเดินทางไปต่างประเทศ หรือการประกอบวิชาชีพ และในขณะที่ดำรงตำแหน่ง ตนคิดว่าต้องไปดูกฎหมายของ พ.ร.บ.กสทช. แต่ความรับผิดชอบต่อสาธารณะ ตนคิดว่า นพ.สรณ จะต้องรับผิดชอบต่อสาธารณะ ทั้งเรื่องที่มีมติในการนั่งหัวโต๊ะในการควบรวมค่ายมือถือ และพี่น้องประชาชนต้องแบกรับผลกระทบที่เกิดขึ้นในขณะนี้ รวมถึงหลายเรื่องในกองทุน USO ที่คุณอนุมัติไปทั้งหมดเป็นเงินทรัพยากรของประเทศหลักหลายพันล้านบาท ซึ่งตนคิดว่า นพ.สรณ แม้ไม่ได้เป็นนักการเมือง แต่อยู่ในตำแหน่งดูแลผลประโยชน์ของชาติ เป็นคลื่นความถี่ที่มีเงินมหาศาล ตนคิดว่าคุณควรจะมีความรับผิดชอบต่อสาธารณะไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ นพ.สรณ จะใช้กระบวนการศาลปกครอง หรือกระบวนการกฎหมายอื่น เพื่อค้านมติในวันนี้ และกระบวนการทอดยาวไปจนหมดวาระ กสทช. หรือไม่ น.ส.ภคมน กล่าวว่า ตนคิดว่าต้องแยกเป็น 2 ส่วน คือในเรื่องที่ปกป้องตัวเอง หรือแย้งอะไรเป็นสิทธิของเขา แต่เหตุผลอะไรให้คนที่ขาดคุณสมบัติมาตั้งแต่เริ่มต้น ทอดยาวมาถึง 4 ปี อยู่ต่อ และมีเหตุผลอะไรอีกที่ทุกคนจะช่วยปกป้อง นพ.สรณ เพื่ออยู่ในตำแหน่งได้อีก ตนคิดว่าไม่มีน้ำหนักและไม่มีความจำเป็นอะไรที่ทั้งกระบวนการยุติธรรม หรือใครก็ตามต้องช่วยกันปกป้อง นพ.สรณ อีกแล้ว



