นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ ประธานฝ่ายบริหาร บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงทิศทางและเบื้องหลังการปิดจองหุ้นกู้ใน 2H 2569 ครั้งนี้ว่า “ปรากฏการณ์ยอดจอง Oversubscription ในทุกๆ ครั้งของเอพี สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สภาพคล่องในตลาดทุนยังคงเสาะแสวงหาแหล่งลงทุนที่ให้ผลตอบแทนคงที่และมีความมั่นคงสูง ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย นักลงทุนสถาบันจึงมุ่งเลือกสรรเฉพาะบริษัทที่มีอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ในระดับสูงและมีแนวโน้มคงที่ มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่น และมีทิศทางการเติบโตของการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน ซึ่งความสำเร็จของเอพีในครั้งนี้ คือสิ่งยืนยันว่าเม็ดเงินลงทุนพร้อมขับเคลื่อนไปกับผู้นำที่มีรากฐานแข็งแกร่ง เพื่อเป็นแรงส่งสำคัญในการพัฒนาและส่งมอบโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม รวมกว่า 215 โครงการ ทุกทำเลศักยภาพทั่วกรุงเทพฯ ปริมณฑล และครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย”

 “ปี 2569 คือปีที่เอพีพร้อมเดินหน้ารุกต่อเนื่อง ด้วยแผนการพัฒนาเปิดโครงการใหม่ที่มากที่สุดในกลุ่มธุรกิจ รวม 42 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการรวมสูงถึง 55,000 ล้านบาท ควบคู่ไปกับการไม่หยุดพัฒนาโปรดักต์บ้านคุณภาพรูปแบบใหม่ๆ เพื่อนำไปปักธงในทำเลศักยภาพอย่างต่อเนื่อง โดยเอพียังคงยึดมั่นในการเติบโตอย่างมีวินัย ควบคู่กับการบริหารจัดการทางการเงินที่เคร่งครัดที่บริษัทฯ ยึดถือมาโดยตลอด จนสามารถรักษาสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net D/E) ไว้ในระดับที่ต่ำมากเพียง 0.64 เท่า (ณ ไตรมาส 1/2569) ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพธุรกิจและอันดับความน่าเชื่อถือที่แข็งแกร่งระดับ Investment Grade อันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ “A” แนวโน้ม “Stable” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 จากทริสเรทติ้ง และการตอกย้ำภาพลักษณ์ระดับสากลจากการขึ้นทำเนียบบริษัทอสังหาฯ เพื่อการอยู่อาศัยไทยที่ครองอันดับสูงสุดใน FORTUNE Southeast Asia 500 ในปี 2569 และติดอันดับต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เช่นกัน”

ความสำเร็จจากการปิดดีลหุ้นกู้มูลค่า 3,500 ล้านบาทในครั้งนี้ พร้อมปรากฏการณ์ยอดจองล้นหลามเกินเป้าหมาย (Oversubscription) เช่นเคยในทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา ถือเป็นดัชนีชี้วัด ‘ความเชื่อมั่นระดับสูงสุด’ ที่ผู้ลงทุนสถาบันมีต่อศักยภาพการดำเนินงานของเอพี เม็ดเงินจำนวนนี้พร้อมทำหน้าที่เป็นสปริงบอร์ดสำคัญในการส่งมอบโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพ ผ่านพอร์ตโครงการของเอพีที่มีมากกว่า 215 โครงการทั่วประเทศ ซึ่งทุกตารางเมตรถูกกลั่นกรองและพัฒนาขึ้นภายใต้ AP CODE – The Code of Living Quality แนวคิดและหลักการทำงานที่เริ่มต้นจากความเข้าใจชีวิตและการใช้ชีวิตจริงอย่างลึกซึ้ง เพื่อส่งมอบพื้นที่ชีวิตที่ตอบรับการเปลี่ยนแปลงของสมาชิกครอบครัวในทุกเจเนอเรชันได้อย่างเป็นรูปธรรม