สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ว่า นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า รัฐบาลมอสโกไม่ได้มองว่า ปัญหาที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้ อยู่ในระดับวิกฤติ และเชื่อว่าสถานการณ์โดยรวมยังคงมีเสถียรภาพ
เปสคอฟกล่าวว่า ปัญหาที่เศรษฐกิจรัสเซียกำลังเผชิญเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายรับทราบกันดี แต่ยังไม่ใช่ปัญหาในระดับวิกฤติ โดยรัฐบาลและประธานาธิบดี หารือร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขและปรับปรุงสถานการณ์ พร้อมยืนยันว่า เสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาคของประเทศยังคงได้รับการรักษาไว้อย่างเต็มที่
ความเห็นดังกล่าวมีขึ้นหลังธนาคารกลางรัสเซียเผยแพร่ผลสำรวจภาคธุรกิจประจำเดือน ซึ่งสะท้อนว่าความเชื่อมั่นของภาคเอกชนปรับตัวลดลงอย่างมาก โดยดัชนีบรรยากาศทางธุรกิจลดลง 4.5 จุด ในเดือน ก.ค. มาอยู่ที่ -3.6 ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่กลางปี 2565 อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ด้านราคาของภาคธุรกิจกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังลดลงต่อเนื่องตลอด 5 เดือนก่อนหน้า
The Kremlin says Russia’s economic difficulties are “not critical” and insists macroeconomic stability is intact. Dmitry Peskov also said Russia cannot be isolated from global economic problems, even as Putin calls the current growth rate insufficient.#Russia #Kremlin #Economy… pic.twitter.com/mpUWH7Mlx3
— CGTN Europe (@CGTNEurope) July 17, 2026
ด้านนายเยฟเกนี โคกัน นักวาณิชธนกิจและศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์ชั้นสูงของรัสเซีย กล่าวว่า นับตั้งแต่เริ่มมีการจัดทำสถิติในปี 2545 ดัชนีกิจกรรมทางธุรกิจของรัสเซียเคยปรับตัวลดลงรุนแรงกว่านี้เพียง 5 ครั้งเท่านั้น และในอดีต การที่ดัชนีเข้าสู่ระดับติดลบ มักเกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจ
โคกันยังเตือนว่า การปรับตัวสูงขึ้นของการคาดการณ์เงินเฟ้อ สะท้อนถึงต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นผลจากการที่ยูเครนเพิ่มการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย
ขณะเดียวกัน วิกฤติเชื้อเพลิงอาจเร่งให้เงินเฟ้อขยายตัว และผลักดันเศรษฐกิจรัสเซียเข้าสู่ภาวะ “สแตกเฟลชัน” หรือภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวควบคู่กับเงินเฟ้อสูง
หากธนาคารกลางปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ก็อาจยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจ แต่หากลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงกิจกรรมทางธุรกิจ เงินเฟ้อก็อาจเร่งตัวขึ้นจนควบคุมได้ยาก พร้อมระบุว่า ในท้ายที่สุด รัฐบาลอาจต้องยอมแลกเป้าหมายด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



